หุ่นยนต์ Digit 5 ตั้งเป้าทำงานเกิน 20 ชั่วโมง ชาร์จเพียง 9 นาที พร้อมลุยโรงงานและคลังสินค้า
อัพเดทล่าสุด: 23 ต.ค. 2026
12 ผู้เข้าชม

Digit 5 หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ตั้งเป้าทำงาน 20 ชั่วโมงต่อวัน ด้วยการชาร์จเพียง 9 นาที
แบตเตอรี่ชาร์จเร็ว ตอบโจทย์โรงงานและคลังสินค้า
Agility Robotics บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์จากสหรัฐฯ เลือกเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชาร์จเร็วของ Nyobolt มาใช้กับ Digit 5 หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานในโรงงาน คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า โดยตั้งเป้าให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้มากกว่า 20 ชั่วโมงภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ลดเวลาที่ต้องหยุดเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ และเพิ่มช่วงเวลาที่หุ่นยนต์สามารถปฏิบัติงานได้จริง
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งแก้ปัญหาสำคัญของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม นั่นคือการทำงานต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดพักเพื่อชาร์จเป็นเวลานาน Agility Robotics ระบุว่าแบตเตอรี่ระบบใหม่ของ Digit 5 สามารถทำงานได้ 90 นาทีต่อการชาร์จ 9 นาที และบริษัทคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลูกค้ากลุ่มแรกเข้าถึงหุ่นยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027
ชาร์จ 9 นาที ทำงานได้นาน 90 นาที
จุดเด่นของระบบแบตเตอรี่ใหม่อยู่ที่อัตราส่วนเวลาทำงานต่อเวลาชาร์จ หรือ Run-to-Charge Ratio ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 10:1 หมายถึงหุ่นยนต์สามารถทำงานได้ประมาณ 10 นาทีต่อเวลาชาร์จ 1 นาที เมื่อเทียบกับ Digit 4 รุ่นก่อนหน้าที่มีอัตราส่วน 2:1 ตามข้อมูลของบริษัท การปรับปรุงนี้ช่วยเพิ่มเวลาทำงานที่มีประสิทธิภาพ และรองรับการทำงานมากกว่า 2 กะต่อวันได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
Daniel Diez ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Agility Robotics กล่าวว่า เวลาที่หุ่นยนต์สามารถทำงานได้จริงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความคุ้มค่าในการนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยบริษัทคาดว่า Digit 5 จะทำงานได้มากกว่า 20 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับจากหุ่นยนต์ และสนับสนุนความคุ้มค่าในการติดตั้งหุ่นยนต์หลายตัวภายในสถานประกอบการ
แบตเตอรี่ขนาดเล็กลง แต่ต้องรองรับงานหนัก
Nyobolt พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่กำลังสูงที่เน้นการชาร์จอย่างรวดเร็ว พร้อมคำนึงถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และการลดน้ำหนักของระบบ สำหรับ Digit 5 เป้าหมายคือการจ่ายพลังงานได้มากขึ้นจากชุดแบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาลง โดยยังต้องรองรับสภาพแวดล้อมการทำงานในโรงงานและคลังสินค้า ซึ่งต้องการความน่าเชื่อถือในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
Sai Shivareddy ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nyobolt ระบุว่า เทคโนโลยีของบริษัทได้รับเลือกเพราะ Digit 5 ต้องการพลังงานที่มากขึ้นจากแบตเตอรี่ที่เล็กและเบากว่าเดิม ขณะเดียวกันต้องรองรับการทำงานในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดด้านความน่าเชื่อถือสูง อย่างไรก็ตาม บทความต้นฉบับไม่ได้เปิดเผยความจุแบตเตอรี่หรือระบุตัวเลขอายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยละเอียด
เตรียมเปิดให้ใช้งานเชิงพาณิชย์ในปี 2027
Agility Robotics คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลูกค้ากลุ่มแรกเข้าถึง Digit 5 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 ก่อนขยายการเข้าถึงในวงกว้างขึ้นภายในช่วง 6–9 เดือนถัดมา โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้ประกอบการด้านการผลิต คลังสินค้า และการกระจายสินค้า
การพัฒนาแบตเตอรี่ชาร์จเร็วครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มเวลาทำงานของ Digit 5 ในสถานประกอบการจริง โดยเป้าหมายสำคัญคือการลดเวลาหยุดชาร์จและเพิ่มช่วงเวลาปฏิบัติงาน แต่ตัวเลขเวลาทำงานมากกว่า 20 ชั่วโมงต่อวันยังเป็นเป้าหมายที่บริษัทระบุ ไม่ใช่การยืนยันว่าหุ่นยนต์ทุกตัวจะทำงานได้ตามระยะเวลาดังกล่าวในทุกสภาพแวดล้อม
ที่มา: Interesting Engineering
แบตเตอรี่ชาร์จเร็ว ตอบโจทย์โรงงานและคลังสินค้า
Agility Robotics บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์จากสหรัฐฯ เลือกเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชาร์จเร็วของ Nyobolt มาใช้กับ Digit 5 หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานในโรงงาน คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า โดยตั้งเป้าให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้มากกว่า 20 ชั่วโมงภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ลดเวลาที่ต้องหยุดเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ และเพิ่มช่วงเวลาที่หุ่นยนต์สามารถปฏิบัติงานได้จริง
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งแก้ปัญหาสำคัญของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม นั่นคือการทำงานต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดพักเพื่อชาร์จเป็นเวลานาน Agility Robotics ระบุว่าแบตเตอรี่ระบบใหม่ของ Digit 5 สามารถทำงานได้ 90 นาทีต่อการชาร์จ 9 นาที และบริษัทคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลูกค้ากลุ่มแรกเข้าถึงหุ่นยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027
ชาร์จ 9 นาที ทำงานได้นาน 90 นาที
จุดเด่นของระบบแบตเตอรี่ใหม่อยู่ที่อัตราส่วนเวลาทำงานต่อเวลาชาร์จ หรือ Run-to-Charge Ratio ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 10:1 หมายถึงหุ่นยนต์สามารถทำงานได้ประมาณ 10 นาทีต่อเวลาชาร์จ 1 นาที เมื่อเทียบกับ Digit 4 รุ่นก่อนหน้าที่มีอัตราส่วน 2:1 ตามข้อมูลของบริษัท การปรับปรุงนี้ช่วยเพิ่มเวลาทำงานที่มีประสิทธิภาพ และรองรับการทำงานมากกว่า 2 กะต่อวันได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
Daniel Diez ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Agility Robotics กล่าวว่า เวลาที่หุ่นยนต์สามารถทำงานได้จริงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความคุ้มค่าในการนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยบริษัทคาดว่า Digit 5 จะทำงานได้มากกว่า 20 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับจากหุ่นยนต์ และสนับสนุนความคุ้มค่าในการติดตั้งหุ่นยนต์หลายตัวภายในสถานประกอบการ
แบตเตอรี่ขนาดเล็กลง แต่ต้องรองรับงานหนัก
Nyobolt พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่กำลังสูงที่เน้นการชาร์จอย่างรวดเร็ว พร้อมคำนึงถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และการลดน้ำหนักของระบบ สำหรับ Digit 5 เป้าหมายคือการจ่ายพลังงานได้มากขึ้นจากชุดแบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาลง โดยยังต้องรองรับสภาพแวดล้อมการทำงานในโรงงานและคลังสินค้า ซึ่งต้องการความน่าเชื่อถือในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
Sai Shivareddy ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nyobolt ระบุว่า เทคโนโลยีของบริษัทได้รับเลือกเพราะ Digit 5 ต้องการพลังงานที่มากขึ้นจากแบตเตอรี่ที่เล็กและเบากว่าเดิม ขณะเดียวกันต้องรองรับการทำงานในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดด้านความน่าเชื่อถือสูง อย่างไรก็ตาม บทความต้นฉบับไม่ได้เปิดเผยความจุแบตเตอรี่หรือระบุตัวเลขอายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยละเอียด
เตรียมเปิดให้ใช้งานเชิงพาณิชย์ในปี 2027
Agility Robotics คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลูกค้ากลุ่มแรกเข้าถึง Digit 5 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 ก่อนขยายการเข้าถึงในวงกว้างขึ้นภายในช่วง 6–9 เดือนถัดมา โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้ประกอบการด้านการผลิต คลังสินค้า และการกระจายสินค้า
การพัฒนาแบตเตอรี่ชาร์จเร็วครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มเวลาทำงานของ Digit 5 ในสถานประกอบการจริง โดยเป้าหมายสำคัญคือการลดเวลาหยุดชาร์จและเพิ่มช่วงเวลาปฏิบัติงาน แต่ตัวเลขเวลาทำงานมากกว่า 20 ชั่วโมงต่อวันยังเป็นเป้าหมายที่บริษัทระบุ ไม่ใช่การยืนยันว่าหุ่นยนต์ทุกตัวจะทำงานได้ตามระยะเวลาดังกล่าวในทุกสภาพแวดล้อม
ที่มา: Interesting Engineering
บทความที่เกี่ยวข้อง
จากแบรนด์ร้านสะดวกซื้อระดับโลก สู่การปิดสาขาทั้งหมดในอินเดีย 7-Eleven ยุติการดำเนินงาน 31 สาขา หลังเผชิญการแข่งขันอย่างหนักจากร้านค้าท้องถิ่นและบริการจัดส่งสินค้าด่วน สะท้อนว่าชื่อแบรนด์ระดับโลกอาจไม่เพียงพอ หากรูปแบบธุรกิจยังไม่เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดนั้น
7 ต.ค. 2026
มาตรการตรวจสอบภาษีสินทรัพย์ในต่างประเทศของจีนแผ่นดินใหญ่กำลังสร้างคำถามให้คนที่เคยทำงานในฮ่องกง หลังเจ้าหน้าที่ติดต่อขอข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ MPF ซึ่งอาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับทรัสต์ ทั้งที่เงินดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการเกษียณอายุ
12 ต.ค. 2026
หุ้น Kering บริษัทแม่ของ Gucci ร่วงประมาณ 10% หลังผลประกอบการไตรมาส 3 เผยยอดขาย Gucci ยังคงลดลง แม้เร่งปรับภาพลักษณ์และเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ขณะที่ยอดขายรวมของกลุ่มทรงตัว และแบรนด์อย่าง Saint Laurent กับ Bottega Veneta ช่วยพยุงธุรกิจบางส่วน นักลงทุนจึงยังจับตาว่าแผนฟื้นฟู Gucci จะเริ่มเห็นผลชัดเจนเมื่อใด
24 ต.ค. 2026


