จีนเข้มงวดภาษีสินทรัพย์ต่างประเทศ คนเคยทำงานฮ่องกงถูกสอบถามข้อมูลกองทุน MPF
อัพเดทล่าสุด: 12 ต.ค. 2026
35 ผู้เข้าชม

เมื่อมาตรการภาษีทรัสต์ต่างประเทศเริ่มกระทบคนทำงานทั่วไป
จีนแผ่นดินใหญ่กำลังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบภาษีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและรายได้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะรายได้ที่ถือครองผ่าน Offshore Trust หรือทรัสต์ที่จัดตั้งในต่างประเทศ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มักใช้บริหารและส่งต่อความมั่งคั่งของครอบครัวที่มีสินทรัพย์จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มมหาเศรษฐีอีกต่อไป เมื่อมีรายงานว่าผู้ที่เคยทำงานในฮ่องกงบางราย รวมถึงบุคลากรของสื่อ South China Morning Post ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ภาษีจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อสอบถามเกี่ยวกับทรัพย์สินที่อาจเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับทรัสต์ในต่างประเทศ
กรณีดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดบัญชีเงินออมเพื่อวัยเกษียณอย่าง Mandatory Provident Fund (MPF) ของฮ่องกง จึงกลายเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ภาษีให้ความสนใจ
MPF คืออะไร และทำไมจึงถูกตรวจสอบ?
MPF เป็นระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับของฮ่องกง มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ลูกจ้างสะสมเงินสำหรับวัยเกษียณ โดยเงินสมทบมาจากทั้งนายจ้างและลูกจ้างตามเงื่อนไขของระบบ
รายงาน SCMP ก่อนหน้านี้ระบุว่า ผู้ที่เคยทำงานในฮ่องกงบางรายได้รับข้อความหรือการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ภาษีในจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อขอให้ชี้แจงเกี่ยวกับรายได้ที่อาจเกี่ยวข้องกับทรัสต์ในต่างประเทศ เมื่อตรวจสอบรายละเอียดแล้ว การสอบถามบางกรณีกลับเชื่อมโยงกับบัญชี MPF ของผู้ที่เคยทำงานในฮ่องกง
หนึ่งในคำอธิบายที่ผู้เชี่ยวชาญให้ไว้คือ โครงสร้างของกองทุน MPF บางประเภทใช้รูปแบบที่เรียกว่า Master Trust ซึ่งเป็นการรวมเงินของสมาชิกและนายจ้างหลายรายไว้ภายใต้ระบบบริหารจัดการเดียวกัน ชื่อและโครงสร้างทางกฎหมายดังกล่าวอาจทำให้ระบบข้อมูลบางส่วนเชื่อมโยงบัญชี MPF เข้ากับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับทรัสต์ได้
นอกจากนี้ ข้อมูลบัญชีทางการเงินที่เข้าเกณฑ์อาจถูกส่งต่อระหว่างเขตอำนาจภาษีภายใต้กรอบ Common Reporting Standard (CRS) ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีในต่างประเทศได้ แต่การได้รับข้อมูลหรือถูกขอให้ชี้แจง ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าผู้ถือบัญชีมีภาษีค้างชำระหรือกระทำผิดกฎหมาย
การตรวจสอบเข้มขึ้น แต่ต้องแยกเงินเกษียณออกจากรายได้ที่ต้องเสียภาษี
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังจีนและหน่วยงานภาษีได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ที่เข้าเกณฑ์ของทรัสต์ในต่างประเทศ โดยใช้อัตราภาษี 20% กับรายได้ที่ต้องเสียภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด
แต่ประเด็นสำคัญคือ การมีบัญชี MPF ไม่ได้แปลว่าบัญชีนั้นเป็นทรัสต์เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ผู้เชี่ยวชาญที่ SCMP อ้างถึงในรายงานก่อนหน้าเห็นว่า บัญชี MPF ควรแยกพิจารณาจากทรัสต์ในต่างประเทศ และระบุว่าเงินสมทบภาคบังคับจาก MPF ที่สมาชิกได้รับเมื่อถอนออกนั้นไม่ต้องเสียภาษีตามข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฮ่องกง
ดังนั้น ผู้ที่ได้รับหนังสือ ข้อความ หรือคำขอให้ชี้แจงจากหน่วยงานภาษี จำเป็นต้องตรวจสอบว่าคำขอนั้นเกี่ยวข้องกับบัญชีประเภทใด และมีเอกสารใดที่ใช้ยืนยันลักษณะของเงินดังกล่าวได้บ้าง โดยไม่ควรสรุปว่าการติดต่อจากเจ้าหน้าที่หมายถึงการถูกเรียกเก็บภาษีแล้ว
สะท้อนความท้าทายของการจัดเก็บภาษีข้ามพรมแดน
กรณี MPF แสดงให้เห็นความท้าทายของการตรวจสอบภาษีในยุคที่ผู้คนทำงานในเขตเศรษฐกิจหนึ่ง แต่มีบัญชีเงินออมหรือสินทรัพย์อยู่อีกเขตอำนาจหนึ่ง เมื่อหน่วยงานรัฐเข้าถึงข้อมูลทางการเงินได้มากขึ้น การจำแนกประเภทบัญชีให้ถูกต้องจึงมีความสำคัญไม่แพ้การตรวจสอบตัวเลขรายได้
สำหรับผู้ที่เคยทำงานในฮ่องกงและปัจจุบันอาศัยอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ประเด็นที่ต้องติดตามคือ เจ้าหน้าที่จะใช้หลักเกณฑ์ใดในการแยกเงินออมเพื่อวัยเกษียณออกจากรายได้ของทรัสต์ที่ต้องเสียภาษี และจะมีขั้นตอนชี้แจงที่ชัดเจนเพียงใด
ที่มา: South China Morning Post (SCMP)
จีนแผ่นดินใหญ่กำลังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบภาษีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและรายได้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะรายได้ที่ถือครองผ่าน Offshore Trust หรือทรัสต์ที่จัดตั้งในต่างประเทศ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มักใช้บริหารและส่งต่อความมั่งคั่งของครอบครัวที่มีสินทรัพย์จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มมหาเศรษฐีอีกต่อไป เมื่อมีรายงานว่าผู้ที่เคยทำงานในฮ่องกงบางราย รวมถึงบุคลากรของสื่อ South China Morning Post ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ภาษีจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อสอบถามเกี่ยวกับทรัพย์สินที่อาจเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับทรัสต์ในต่างประเทศ
กรณีดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดบัญชีเงินออมเพื่อวัยเกษียณอย่าง Mandatory Provident Fund (MPF) ของฮ่องกง จึงกลายเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ภาษีให้ความสนใจ
MPF คืออะไร และทำไมจึงถูกตรวจสอบ?
MPF เป็นระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับของฮ่องกง มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ลูกจ้างสะสมเงินสำหรับวัยเกษียณ โดยเงินสมทบมาจากทั้งนายจ้างและลูกจ้างตามเงื่อนไขของระบบ
รายงาน SCMP ก่อนหน้านี้ระบุว่า ผู้ที่เคยทำงานในฮ่องกงบางรายได้รับข้อความหรือการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ภาษีในจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อขอให้ชี้แจงเกี่ยวกับรายได้ที่อาจเกี่ยวข้องกับทรัสต์ในต่างประเทศ เมื่อตรวจสอบรายละเอียดแล้ว การสอบถามบางกรณีกลับเชื่อมโยงกับบัญชี MPF ของผู้ที่เคยทำงานในฮ่องกง
หนึ่งในคำอธิบายที่ผู้เชี่ยวชาญให้ไว้คือ โครงสร้างของกองทุน MPF บางประเภทใช้รูปแบบที่เรียกว่า Master Trust ซึ่งเป็นการรวมเงินของสมาชิกและนายจ้างหลายรายไว้ภายใต้ระบบบริหารจัดการเดียวกัน ชื่อและโครงสร้างทางกฎหมายดังกล่าวอาจทำให้ระบบข้อมูลบางส่วนเชื่อมโยงบัญชี MPF เข้ากับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับทรัสต์ได้
นอกจากนี้ ข้อมูลบัญชีทางการเงินที่เข้าเกณฑ์อาจถูกส่งต่อระหว่างเขตอำนาจภาษีภายใต้กรอบ Common Reporting Standard (CRS) ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีในต่างประเทศได้ แต่การได้รับข้อมูลหรือถูกขอให้ชี้แจง ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าผู้ถือบัญชีมีภาษีค้างชำระหรือกระทำผิดกฎหมาย
การตรวจสอบเข้มขึ้น แต่ต้องแยกเงินเกษียณออกจากรายได้ที่ต้องเสียภาษี
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังจีนและหน่วยงานภาษีได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ที่เข้าเกณฑ์ของทรัสต์ในต่างประเทศ โดยใช้อัตราภาษี 20% กับรายได้ที่ต้องเสียภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด
แต่ประเด็นสำคัญคือ การมีบัญชี MPF ไม่ได้แปลว่าบัญชีนั้นเป็นทรัสต์เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ผู้เชี่ยวชาญที่ SCMP อ้างถึงในรายงานก่อนหน้าเห็นว่า บัญชี MPF ควรแยกพิจารณาจากทรัสต์ในต่างประเทศ และระบุว่าเงินสมทบภาคบังคับจาก MPF ที่สมาชิกได้รับเมื่อถอนออกนั้นไม่ต้องเสียภาษีตามข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฮ่องกง
ดังนั้น ผู้ที่ได้รับหนังสือ ข้อความ หรือคำขอให้ชี้แจงจากหน่วยงานภาษี จำเป็นต้องตรวจสอบว่าคำขอนั้นเกี่ยวข้องกับบัญชีประเภทใด และมีเอกสารใดที่ใช้ยืนยันลักษณะของเงินดังกล่าวได้บ้าง โดยไม่ควรสรุปว่าการติดต่อจากเจ้าหน้าที่หมายถึงการถูกเรียกเก็บภาษีแล้ว
สะท้อนความท้าทายของการจัดเก็บภาษีข้ามพรมแดน
กรณี MPF แสดงให้เห็นความท้าทายของการตรวจสอบภาษีในยุคที่ผู้คนทำงานในเขตเศรษฐกิจหนึ่ง แต่มีบัญชีเงินออมหรือสินทรัพย์อยู่อีกเขตอำนาจหนึ่ง เมื่อหน่วยงานรัฐเข้าถึงข้อมูลทางการเงินได้มากขึ้น การจำแนกประเภทบัญชีให้ถูกต้องจึงมีความสำคัญไม่แพ้การตรวจสอบตัวเลขรายได้
สำหรับผู้ที่เคยทำงานในฮ่องกงและปัจจุบันอาศัยอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ประเด็นที่ต้องติดตามคือ เจ้าหน้าที่จะใช้หลักเกณฑ์ใดในการแยกเงินออมเพื่อวัยเกษียณออกจากรายได้ของทรัสต์ที่ต้องเสียภาษี และจะมีขั้นตอนชี้แจงที่ชัดเจนเพียงใด
ที่มา: South China Morning Post (SCMP)
บทความที่เกี่ยวข้อง
บริษัทจีนในเซอร์เบียจับตาการเปลี่ยนรัฐบาล หลัง Student List ชนะการเลือกตั้งและเตรียมตรวจสอบโครงการภาครัฐ รวมถึงบางโครงการที่มีผู้รับเหมาจีนเข้าร่วม อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประเมินว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจจีน–เซอร์เบียไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง แม้การกำกับดูแลและตรวจสอบสัญญาอาจเข้มงวดขึ้น
1 พ.ย. 2026
ทรัมป์เตรียมรับประทานอาหารค่ำแบบส่วนตัวกับ Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic ที่ทำเนียบขาว ท่ามกลางความเห็นต่างเรื่องความเร็วในการพัฒนา AI ความปลอดภัย และการกำกับดูแลเทคโนโลยี ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมหารือในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังถกเถียงเรื่องอนาคตของ AI อย่างเข้มข้น
29 ก.ย. 2026
เงินเดือนสูงอาจไม่ได้แปลว่ามีเงินเหลือมากกว่าเสมอไป! Euronews เปรียบเทียบ 28 เมืองยุโรป พบว่าคู่ที่ทำงานทั้งสองคนในซูริกมีเงินเหลือหลังจ่ายค่าเช่าสูงถึง 9,140 ยูโรต่อเดือน ขณะที่ลิสบอนเหลือเพียง 253 ยูโร ส่วนกรุงเทพฯ อยู่ในกลุ่มท้ายตารางเมื่อเทียบกับ 69 เมืองทั่วโลก
20 ต.ค. 2026


