ทรัมป์เตรียมรับประทานอาหารค่ำกับซีอีโอ Anthropic ท่ามกลางความเห็นต่างเรื่อง AI
อัพเดทล่าสุด: 29 ก.ย. 2026
8 ผู้เข้าชม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมรับประทานอาหารค่ำแบบส่วนตัวกับ Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ที่ทำเนียบขาว เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ตามเวลาสหรัฐฯ โดยนับเป็นการพบกันแบบตัวต่อตัวครั้งแรกของทั้งสองคน ท่ามกลางความเห็นต่างระหว่างฝ่ายบริหารสหรัฐฯ กับ Anthropic เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและกำกับดูแล AI
ความเห็นต่างเรื่องความเร็วในการพัฒนา AI
Amodei เป็นหนึ่งในผู้บริหารบริษัท AI ที่ออกมาเตือนเกี่ยวกับ ความเสี่ยงจากการพัฒนา AI ขั้นสูงอย่างรวดเร็ว และเรียกร้องให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี
ขณะที่ทรัมป์แสดงจุดยืนว่า สหรัฐฯ ไม่ควรชะลอการพัฒนา AI เนื่องจากมองว่าการชะลอตัวอาจทำให้สหรัฐฯ เสียความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีให้จีน โดยทรัมป์กล่าวว่าแม้จะรับรู้ข้อกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของ AI แต่เขาให้ความสำคัญกับการรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
ความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ มีประเด็นขัดแย้งหลายด้าน
การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์และ Anthropic มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการนำ AI ไปใช้ในภาครัฐและกองทัพ
ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยืนตามการตัดสินใจของกระทรวงกลาโหมที่จัดให้ Anthropic เป็น “supply chain risk” ซึ่งส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ ไม่สามารถใช้โมเดลของบริษัทได้
ก่อนหน้านี้ Anthropic เคยมีข้อขัดแย้งกับกระทรวงกลาโหมเกี่ยวกับข้อจำกัดในการนำเครื่องมือ AI ของบริษัทไปใช้สำหรับ อาวุธที่ทำงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบและการเฝ้าระวังภายในประเทศ ตามรายงานของ AFP
พบกันก่อนการหารือกับผู้นำบริษัท AI รายอื่น
การรับประทานอาหารค่ำครั้งนี้ยังเกิดขึ้นก่อนกำหนดการที่ทรัมป์และ Mike Johnson ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะพบกับผู้บริหารบริษัท AI รายใหญ่ในวันอังคารที่ 29 กันยายน เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของเทคโนโลยี AI
ทำเนียบขาวระบุว่า รัฐบาลต้องการให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้าน Superintelligence ควบคู่กับการปกป้องผู้บริโภคและการเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
การพบกันระหว่างทรัมป์กับ Amodei จึงเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ ความเร็วในการพัฒนา AI ความปลอดภัยของระบบ และระดับการกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและฝ่ายนโยบายของสหรัฐฯ
ที่มา: Euronews, AFP และ Reuters
ความเห็นต่างเรื่องความเร็วในการพัฒนา AI
Amodei เป็นหนึ่งในผู้บริหารบริษัท AI ที่ออกมาเตือนเกี่ยวกับ ความเสี่ยงจากการพัฒนา AI ขั้นสูงอย่างรวดเร็ว และเรียกร้องให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี
ขณะที่ทรัมป์แสดงจุดยืนว่า สหรัฐฯ ไม่ควรชะลอการพัฒนา AI เนื่องจากมองว่าการชะลอตัวอาจทำให้สหรัฐฯ เสียความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีให้จีน โดยทรัมป์กล่าวว่าแม้จะรับรู้ข้อกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของ AI แต่เขาให้ความสำคัญกับการรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
ความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ มีประเด็นขัดแย้งหลายด้าน
การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์และ Anthropic มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการนำ AI ไปใช้ในภาครัฐและกองทัพ
ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยืนตามการตัดสินใจของกระทรวงกลาโหมที่จัดให้ Anthropic เป็น “supply chain risk” ซึ่งส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ ไม่สามารถใช้โมเดลของบริษัทได้
ก่อนหน้านี้ Anthropic เคยมีข้อขัดแย้งกับกระทรวงกลาโหมเกี่ยวกับข้อจำกัดในการนำเครื่องมือ AI ของบริษัทไปใช้สำหรับ อาวุธที่ทำงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบและการเฝ้าระวังภายในประเทศ ตามรายงานของ AFP
พบกันก่อนการหารือกับผู้นำบริษัท AI รายอื่น
การรับประทานอาหารค่ำครั้งนี้ยังเกิดขึ้นก่อนกำหนดการที่ทรัมป์และ Mike Johnson ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะพบกับผู้บริหารบริษัท AI รายใหญ่ในวันอังคารที่ 29 กันยายน เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของเทคโนโลยี AI
ทำเนียบขาวระบุว่า รัฐบาลต้องการให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้าน Superintelligence ควบคู่กับการปกป้องผู้บริโภคและการเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
การพบกันระหว่างทรัมป์กับ Amodei จึงเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ ความเร็วในการพัฒนา AI ความปลอดภัยของระบบ และระดับการกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและฝ่ายนโยบายของสหรัฐฯ
ที่มา: Euronews, AFP และ Reuters
บทความที่เกี่ยวข้อง
Global Digital Trade Expo ครั้งที่ 5 ที่หางโจว รวบรวมเทคโนโลยี AI ตั้งแต่รถไร้คนขับ แว่นตาอัจฉริยะ ไปจนถึง AI สำหรับบริหารเมืองและธุรกิจ พร้อมเปิดพื้นที่ใหม่สำหรับ “Token Economy” และเวทีความร่วมมือด้านการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศ
1 ต.ค. 2026
Meta ถอนตัวจาก RE100 เครือข่ายบริษัทที่ให้คำมั่นใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% หลังไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ของโครงการได้อีก จากการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับการขยายศูนย์ข้อมูล AI แม้บริษัทยืนยันว่าเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาดยังไม่เปลี่ยนแปลง
30 ก.ค. 2026
ญี่ปุ่นขึ้น ภาษีขาออกจาก 1,000 เป็น 3,000 เยนต่อคน เพื่อเพิ่มงบรับมือปัญหาการท่องเที่ยวและรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เงินบางส่วนกลับถูกจัดสรรไปยัง มาตรการรับมือหมี กำจัดศัตรูพืชที่ทำลายต้นซากุระ และโครงการด้านวัฒนธรรม จนเกิดคำถามว่า ขอบเขตของการใช้ “ภาษีเพื่อการท่องเที่ยว” ควรกว้างได้แค่ไหน
24 ส.ค. 2026


