แชร์

ญี่ปุ่นเก็บภาษีขาออกเพิ่ม 3 เท่า รายได้ส่วนหนึ่งรับมือหมีและปกป้องต้นซากุระ

อัพเดทล่าสุด: 24 ส.ค. 2026
28 ผู้เข้าชม
ญี่ปุ่นขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า รายได้บางส่วนถูกนำไปใช้รับมือ “หมี–ศัตรูพืชซากุระ” จนเกิดคำถามว่าเงินภาษีถูกใช้ตรงวัตถุประสงค์หรือไม่
ญี่ปุ่นปรับขึ้น ภาษีขาออกจาก 1,000 เยน เป็น 3,000 เยนต่อคน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่ารายได้เพิ่มเติมจะนำไปสนับสนุนมาตรการรับมือปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง และพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านการท่องเที่ยว

แต่ล่าสุด The Asahi Shimbun รายงานว่า เงินภาษีส่วนหนึ่งกำลังถูกจัดสรรไปยังโครงการที่หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรง ตั้งแต่ มาตรการรับมือหมี ไปจนถึงการกำจัดศัตรูพืชที่ทำลายต้นซากุระ

จากภาษีนักท่องเที่ยว สู่มาตรการรับมือหมี
ภาษีดังกล่าวมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า International Tourist Tax หรือภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ เริ่มจัดเก็บตั้งแต่ปี 2019 โดยเรียกเก็บจากผู้เดินทางออกจากญี่ปุ่นทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวญี่ปุ่นหรือชาวต่างชาติ และรวมอยู่ในราคาตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วเรือระหว่างประเทศ

เดิมรายได้ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนาระบบดิจิทัลสำหรับขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

แต่ในงบประมาณปี 2026 รัฐบาลได้เพิ่มโครงการใหม่หลายรายการเข้ามา

หนึ่งในนั้นคือ มาตรการรับมือปัญหาหมี ซึ่งได้รับงบประมาณ 6.2 พันล้านเยน โดย 6 พันล้านเยนมาจากรายได้ภาษีขาออก

เหตุผลของกระทรวงสิ่งแวดล้อมคือ แม้ปัญหาหมีจะกระทบประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก แต่หมีสามารถปรากฏในแหล่งท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวต่างชาติก็อาจได้รับอันตรายเช่นกัน

เงินภาษียังถูกนำไปช่วยปกป้อง “ซากุระ”
อีก 600 ล้านเยน ถูกจัดสรรเพื่อควบคุมศัตรูพืชรุกรานที่สร้างความเสียหายแก่ต้นซากุระและต้นไม้ชนิดอื่น โดยเงินทั้งหมดของโครงการนี้มาจากภาษีขาออก

กระทรวงสิ่งแวดล้อมให้เหตุผลว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเดินทางมาญี่ปุ่นเพื่อชมดอกซากุระ การปกป้องต้นซากุระจึงสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวได้

นอกจากนี้ ยังมีเงินจากภาษีดังกล่าวถูกจัดสรรให้โครงการด้านวัฒนธรรม เช่น ศูนย์บูรณะทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ 130 ล้านเยน สถานที่อนุรักษ์ต้นฉบับมังงะ 170 ล้านเยน และค่าออกแบบสถานที่จัดแสดงจิตรกรรมฝาผนังจากสุสานทากามัตสึกะในจังหวัดนาราอีก 62 ล้านเยน

สำนักงานวัฒนธรรมมองว่า การอนุรักษ์และนำเสนอวัฒนธรรมของญี่ปุ่นสามารถสร้างประโยชน์ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เช่นกัน

ปีนี้ญี่ปุ่นคาดเก็บภาษีได้ 1.3 แสนล้านเยน
หลังปรับภาษีขึ้นเป็นสามเท่า รัฐบาลคาดว่า รายได้จากภาษีขาออกจะเพิ่มจากปีก่อนประมาณ 81 พันล้านเยน สู่ระดับ 130 พันล้านเยนในปีงบประมาณ 2026

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภาษีนี้เรียกเก็บจากชาวญี่ปุ่นที่เดินทางออกนอกประเทศด้วย รัฐบาลจึงนำรายได้เพิ่มเติม 16.4 พันล้านเยน ไปช่วยลดค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางของประชาชนญี่ปุ่น โดยค่าธรรมเนียมสามารถลดลงได้สูงสุด 7,000 เยนสำหรับการยื่นคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม

เมื่อหักส่วนนี้ออก The Asahi Shimbun ระบุว่า รายได้เพิ่มเติมอีก 64.6 พันล้านเยนจะเป็นภาระที่ตกกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบทั้งหมด

ทำไมการใช้เงินครั้งนี้จึงถูกตั้งคำถาม
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่มาตรการรับมือหมีหรือการปกป้องต้นซากุระไม่มีประโยชน์ แต่เป็นคำถามว่า โครงการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของภาษีการท่องเที่ยวมากเพียงใด

กฎหมายกำหนดให้รายได้จากภาษีนี้ใช้เป็นหลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านการท่องเที่ยว แต่หลังการขึ้นภาษี รัฐบาลได้ขยายประเภทโครงการที่สามารถรับเงินสนับสนุนได้

เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังอธิบายว่า หากนำรายได้จากภาษีขาออกไปสนับสนุนโครงการบางประเภทที่เดิมต้องใช้งบประมาณจากภาษีทั่วไป ก็จะช่วยให้รัฐบาลมีเงินจากแหล่งอื่นเหลือไปใช้กับนโยบายด้านอื่นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Hideaki Tanaka ศาสตราจารย์ด้านการคลังสาธารณะจากมหาวิทยาลัยเมจิ เตือนว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจตั้งคำถามว่าเหตุใดเงินที่พวกเขาจ่ายจึงถูกนำไปใช้กับโครงการที่มีความเชื่อมโยงกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย และการขยายขอบเขตการใช้เงินมากเกินไปอาจทำให้วัตถุประสงค์เดิมของภาษีไม่ชัดเจน

ญี่ปุ่นต้องการนักท่องเที่ยว 60 ล้านคนภายในปี 2030
เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังพยายามจัดการสองเรื่องพร้อมกัน คือ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และลดผลกระทบจากปัญหา Overtourism

รัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติจากมากกว่า 40 ล้านคนในปี 2025 เป็น 60 ล้านคนต่อปีภายในปี 2030 ทำให้รายได้จากภาษีขาออกกลายเป็นแหล่งเงินสำคัญสำหรับมาตรการด้านการท่องเที่ยว

การขึ้นภาษีจาก 1,000 เป็น 3,000 เยนจึงไม่ได้มีประเด็นเฉพาะเรื่องนักท่องเที่ยวต้องจ่ายแพงขึ้น แต่ยังทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เมื่อรัฐบาลมีรายได้จากภาษีนี้มากขึ้น เงินควรถูกใช้กับโครงการประเภทใด และขอบเขตของคำว่า “เพื่อการท่องเที่ยว” ควรกว้างได้แค่ไหน

ที่มา: The Asahi Shimbun

บทความที่เกี่ยวข้อง
เงินเฟ้อญี่ปุ่นเร่งตัว หลังน้ำมันแพง-เงินเยนอ่อน แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายธนาคารกลางญี่ปุ่น
เงินเฟ้อญี่ปุ่นกลับมาเร่งตัวในเดือนมิถุนายน หลังราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นและเงินเยนอ่อนค่าหนัก ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น แม้ตัวเลขจะขยับขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน แต่ยังคงต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ทำให้ตลาดคาดว่า BOJ จะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนกรกฎาคม
25 ก.ค. 2026
Meta ถอนตัวจาก RE100 หลังลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซ รองรับการขยาย Data Center
Meta ถอนตัวจาก RE100 เครือข่ายบริษัทที่ให้คำมั่นใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% หลังไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ของโครงการได้อีก จากการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับการขยายศูนย์ข้อมูล AI แม้บริษัทยืนยันว่าเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาดยังไม่เปลี่ยนแปลง
30 ก.ค. 2026
Amazon ได้คืนภาษีนำเข้า 600 ล้านดอลลาร์ หลังศาลสหรัฐฯ ยกเลิกภาษีบางส่วนของ Trump
Amazon เปิดเผยว่าได้รับเงินคืนภาษีนำเข้าราว 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ ยกเลิกภาษีบางส่วนที่รัฐบาล Donald Trump เคยจัดเก็บ แต่บริษัทระบุว่าผลประโยชน์ที่ได้รับมีจำกัด และยังเผชิญแรงกดดันจากผู้บริโภคเกี่ยวกับการส่งต่อประโยชน์จากเงินคืนดังกล่าว
6 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy