Gucci ยังดึงลูกค้ากลับไม่สำเร็จ! หุ้นบริษัทแม่ Kering ดิ่ง 10%
อัพเดทล่าสุด: 23 ต.ค. 2026
13 ผู้เข้าชม

หุ้น Kering ร่วง 10% หลัง Gucci ยังฟื้นไม่ชัด แม้เร่งปรับภาพลักษณ์แบรนด์
Kering กลุ่มธุรกิจสินค้าแฟชั่นและสินค้าหรูจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าของ Gucci กำลังเผชิญความท้าทายในการฟื้นยอดขายของแบรนด์หลัก แม้บริษัทพยายามปรับกลยุทธ์สินค้าและสร้างความรู้สึกพิเศษให้กับ Gucci อีกครั้ง แต่ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ยังไม่แสดงสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน จนทำให้นักลงทุนตอบสนองด้วยแรงขายหุ้นอย่างหนัก
ยอดขายรวมทรงตัว แต่ Gucci ยังอ่อนแรง
Kering รายงานยอดขายในไตรมาส 3 ซึ่งสิ้นสุดเดือนกันยายนที่ 3.34 พันล้านยูโร ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากไม่นับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ ยอดขายลดลง 1%
ด้าน Gucci ทำยอดขายได้ 1.29 พันล้านยูโร ลดลง 4% เมื่อเทียบตามตัวเลขที่รายงาน และหากคำนวณแบบเทียบเคียงโดยปรับผลกระทบต่าง ๆ ยอดขายลดลง 6% ตามข้อมูล Reuters สะท้อนว่าแบรนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญที่สุดของกลุ่มยังคงเผชิญแรงกดดัน
หุ้นร่วง หลังตลาดยังไม่มั่นใจแผนฟื้นฟู
วันที่ 23 ตุลาคม หุ้น Kering ร่วงประมาณ 10% หลังเปิดเผยผลประกอบการที่แสดงให้เห็นว่ายอดขาย Gucci ยังลดลงต่อเนื่อง นักลงทุนยังรอหลักฐานที่ชัดเจนว่าแผนฟื้นฟูจะช่วยดึงดูดลูกค้าและพลิกกลับมาเติบโตได้เมื่อใด
Gucci เคยสร้างรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของ Kering แต่สัดส่วนดังกล่าวลดลงเหลือประมาณ 40% ในปี 2025 บริษัทจึงมีเหตุผลสำคัญที่จะต้องเร่งแก้ไขสถานการณ์ของแบรนด์หลักนี้
ปรับสินค้าและภาพลักษณ์เพื่อดึงดูดลูกค้า
ในเดือนเมษายน Kering เปิดเผยกลยุทธ์ใหม่ที่มุ่งฟื้นความพิเศษและความน่าปรารถนาของ Gucci ขณะที่ Luca de Meo ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยืนยันว่าการฟื้นฟู Gucci ยังคงเป็นภารกิจสำคัญที่สุดของบริษัท พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังพัฒนาสินค้าและเสริมความน่าสนใจของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
ด้าน Demna ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ได้นำเสนอคอลเลกชันใหม่แล้ว แต่การมีสินค้าใหม่เพียงอย่างเดียวยังไม่ทำให้ยอดขายฟื้นตัวอย่างชัดเจน ขณะที่บรรยากาศตลาดสินค้าหรูโดยรวมยังอ่อนตัว และความต้องการจากจีนยังเป็นแรงกดดันต่ออุตสาหกรรม
แบรนด์อื่นช่วยพยุงธุรกิจบางส่วน
แม้ Gucci จะยังอ่อนแรง แต่ธุรกิจแฟชั่นและเครื่องหนังของ Kering เมื่อไม่นับรวม Gucci มีการเติบโตของยอดขายปลีก 2% โดยได้แรงหนุนจาก Saint Laurent, Bottega Veneta และ Brioni
Luca de Meo ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงธุรกิจต้องใช้เวลาหลายฤดูกาล และบริษัทกำลังเดินหน้าตามทิศทางที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นสะท้อนว่านักลงทุนยังต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่านี้ ก่อนจะเชื่อมั่นว่าการฟื้นฟู Gucci จะกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของ Kering ได้อีกครั้ง
ที่มา: RTL Today / AFP และ Reuters, 22–23 October 2026.
Kering กลุ่มธุรกิจสินค้าแฟชั่นและสินค้าหรูจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าของ Gucci กำลังเผชิญความท้าทายในการฟื้นยอดขายของแบรนด์หลัก แม้บริษัทพยายามปรับกลยุทธ์สินค้าและสร้างความรู้สึกพิเศษให้กับ Gucci อีกครั้ง แต่ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ยังไม่แสดงสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน จนทำให้นักลงทุนตอบสนองด้วยแรงขายหุ้นอย่างหนัก
ยอดขายรวมทรงตัว แต่ Gucci ยังอ่อนแรง
Kering รายงานยอดขายในไตรมาส 3 ซึ่งสิ้นสุดเดือนกันยายนที่ 3.34 พันล้านยูโร ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากไม่นับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ ยอดขายลดลง 1%
ด้าน Gucci ทำยอดขายได้ 1.29 พันล้านยูโร ลดลง 4% เมื่อเทียบตามตัวเลขที่รายงาน และหากคำนวณแบบเทียบเคียงโดยปรับผลกระทบต่าง ๆ ยอดขายลดลง 6% ตามข้อมูล Reuters สะท้อนว่าแบรนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญที่สุดของกลุ่มยังคงเผชิญแรงกดดัน
หุ้นร่วง หลังตลาดยังไม่มั่นใจแผนฟื้นฟู
วันที่ 23 ตุลาคม หุ้น Kering ร่วงประมาณ 10% หลังเปิดเผยผลประกอบการที่แสดงให้เห็นว่ายอดขาย Gucci ยังลดลงต่อเนื่อง นักลงทุนยังรอหลักฐานที่ชัดเจนว่าแผนฟื้นฟูจะช่วยดึงดูดลูกค้าและพลิกกลับมาเติบโตได้เมื่อใด
Gucci เคยสร้างรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของ Kering แต่สัดส่วนดังกล่าวลดลงเหลือประมาณ 40% ในปี 2025 บริษัทจึงมีเหตุผลสำคัญที่จะต้องเร่งแก้ไขสถานการณ์ของแบรนด์หลักนี้
ปรับสินค้าและภาพลักษณ์เพื่อดึงดูดลูกค้า
ในเดือนเมษายน Kering เปิดเผยกลยุทธ์ใหม่ที่มุ่งฟื้นความพิเศษและความน่าปรารถนาของ Gucci ขณะที่ Luca de Meo ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยืนยันว่าการฟื้นฟู Gucci ยังคงเป็นภารกิจสำคัญที่สุดของบริษัท พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังพัฒนาสินค้าและเสริมความน่าสนใจของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
ด้าน Demna ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ได้นำเสนอคอลเลกชันใหม่แล้ว แต่การมีสินค้าใหม่เพียงอย่างเดียวยังไม่ทำให้ยอดขายฟื้นตัวอย่างชัดเจน ขณะที่บรรยากาศตลาดสินค้าหรูโดยรวมยังอ่อนตัว และความต้องการจากจีนยังเป็นแรงกดดันต่ออุตสาหกรรม
แบรนด์อื่นช่วยพยุงธุรกิจบางส่วน
แม้ Gucci จะยังอ่อนแรง แต่ธุรกิจแฟชั่นและเครื่องหนังของ Kering เมื่อไม่นับรวม Gucci มีการเติบโตของยอดขายปลีก 2% โดยได้แรงหนุนจาก Saint Laurent, Bottega Veneta และ Brioni
Luca de Meo ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงธุรกิจต้องใช้เวลาหลายฤดูกาล และบริษัทกำลังเดินหน้าตามทิศทางที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นสะท้อนว่านักลงทุนยังต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่านี้ ก่อนจะเชื่อมั่นว่าการฟื้นฟู Gucci จะกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของ Kering ได้อีกครั้ง
ที่มา: RTL Today / AFP และ Reuters, 22–23 October 2026.
บทความที่เกี่ยวข้อง
ภาพจำที่ว่าประเทศยุโรปตอนเหนือกู้เงินได้ถูกกว่า ส่วนประเทศทางใต้ต้องแบกรับต้นทุนหนี้สูง กำลังเปลี่ยนไป เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อฐานะการคลังและแนวโน้มหนี้ของแต่ละประเทศ มากกว่าการพิจารณาจากชื่อประเทศหรือขนาดเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
17 ต.ค. 2026
Meta ถอนตัวจาก RE100 เครือข่ายบริษัทที่ให้คำมั่นใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% หลังไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ของโครงการได้อีก จากการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับการขยายศูนย์ข้อมูล AI แม้บริษัทยืนยันว่าเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาดยังไม่เปลี่ยนแปลง
30 ก.ค. 2026
ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวผสมผสานในวันที่ 14 ตุลาคม หลังหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทยอยฟื้นจากแรงเทขายก่อนหน้า นักลงทุนกำลังรอตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของ ASML และ TSMC จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า กระแสลงทุนในชิปและ AI ยังเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางความกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
15 ต.ค. 2026


