ผู้เชี่ยวชาญคาด วงการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจถึง "ChatGPT Moment" ภายในปี 2028

วงการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจเข้าใกล้ “ช่วงเวลาแบบ ChatGPT” ภายในปี 2028 นักวิจัยชี้ AI คือกุญแจสำคัญ
ผู้เชี่ยวชาญคาดหุ่นยนต์กำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
อุตสาหกรรม หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots) อาจก้าวเข้าสู่ “ChatGPT Moment” ภายในสิ้นปี 2028 หากแนวโน้มการสะสมข้อมูลและการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ยังคงดำเนินต่อไปในอัตราปัจจุบัน ตามความเห็นของ หวัง เหอ (Wang He) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของบริษัท Galbot ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
คำว่า “ChatGPT Moment” ถูกใช้ในแวดวงเทคโนโลยีและการลงทุนเพื่ออธิบายช่วงเวลาที่เทคโนโลยีหนึ่งสามารถ "ก้าวข้าม" จากการใช้งานเฉพาะกลุ่มไปสู่การได้รับการยอมรับในวงกว้าง จนผู้คนทั่วไปสามารถสัมผัสถึงประโยชน์ในการใช้งานจริงได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับที่ ChatGPT ทำให้ Generative AI เป็นที่รู้จักทั่วโลกหลังเปิดตัวในปี 2022
AI พื้นฐานขนาดใหญ่จะทำให้หุ่นยนต์เรียนรู้ได้เองมากขึ้น
หวัง เหอ ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้หุ่นยนต์ไปถึงจุดดังกล่าว คือการมี โมเดล AI ที่ผ่านการฝึกด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล (Foundation Model) ควบคู่กับกระบวนการฝึกเพิ่มเติมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้หุ่นยนต์สามารถทำงานใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้รับการฝึกโดยตรงได้สำเร็จถึง 70–80%
เขาอธิบายว่า แนวทางสำคัญคือการสร้าง “สมองและสมองน้อย” (Brain and Cerebellum) ของหุ่นยนต์ให้เป็นระบบ AI เดียวกัน เพื่อให้เข้าใจทั้งการรับรู้สภาพแวดล้อม การเคลื่อนไหว และการควบคุมร่างกายได้อย่างใกล้เคียงมนุษย์ ซึ่งถือเป็นเส้นทางสำคัญในการพัฒนา Embodied AI หรือ AI ที่สามารถรับรู้และโต้ตอบกับโลกจริงผ่านร่างกายของหุ่นยนต์
กำลังการผลิตในจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว
ในงาน World Artificial Intelligence Conference (WAIC) 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ หุ่นยนต์ Galbot G1 ได้สาธิตการทำอาหาร ปิ้งขนมปัง และรินเครื่องดื่ม ท่ามกลางผู้ชมจำนวนมาก โดยจุดเด่นคือหุ่นยนต์สามารถปรับการเคลื่อนไหวได้ทันที แม้ผู้ชมจะย้ายวัตถุหรือสร้างสิ่งกีดขวางระหว่างการทำงานก็ตาม
ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนเปิดเผยว่า จีนผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ประมาณ 20,000 ตัวในปี 2025 และผลิตได้มากกว่า 40,000 ตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยคาดว่าทั้งปีจะทะลุ 100,000 ตัว สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว
การผลิตจำนวนมากยังมีความท้าทายหลายด้าน
แม้กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์ไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมพร้อมสำหรับการใช้งานในวงกว้าง เพราะยังมีความท้าทายด้าน มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ความเข้ากันได้ของชิ้นส่วน การประเมินประสิทธิภาพ และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่จีนระบุว่า ในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมจะเปลี่ยนผ่านจากการผลิตต้นแบบไปสู่การส่งมอบในระดับอุตสาหกรรม ทำให้การกำหนดมาตรฐานร่วมกันมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งด้านการจัดการข้อมูล การจำแนกระดับความสามารถของ AI และมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยคณะกรรมการด้านมาตรฐานคาดว่าจะออกมาตรฐานชุดแรกได้ภายในสิ้นปีนี้
“ChatGPT Moment” ยังเป็นเป้าหมายที่ต้องอาศัยทั้ง AI และมาตรฐานอุตสาหกรรม
แม้หลายฝ่ายเชื่อว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การจะก้าวไปถึง “ChatGPT Moment” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของ AI เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการพัฒนามาตรฐาน การทำงานร่วมกันของอุปกรณ์จากหลายบริษัท และความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน เพื่อรองรับการผลิตและใช้งานในระดับจำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา : The Star


