บริการทำความสะอาดบ้านฟรี แต่แลกกับการให้ AI เรียนรู้ทุกมุมในบ้านของคุณ

ในยุคที่ AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากกำลังมองหาข้อมูลรูปแบบใหม่เพื่อฝึกหุ่นยนต์ให้ทำงานได้เหมือนมนุษย์มากขึ้น ล่าสุดสตาร์ทอัพจากเยอรมนีชื่อ Shift กำลังทดลองโมเดลธุรกิจที่สร้างคำถามด้านความเป็นส่วนตัวอย่างมาก นั่นคือการเสนอ บริการทำความสะอาดบ้านฟรี ให้กับลูกค้า แลกกับการอนุญาตให้เก็บข้อมูลภายในบ้านเพื่อนำไปใช้ฝึก AI และหุ่นยนต์ในอนาคต
ทำความสะอาดฟรี แลกกับข้อมูลภายในบ้าน
Shift เป็นบริษัทในเครือของ MicroAGI ห้องปฏิบัติการวิจัยด้าน AI จากเยอรมนี โดยพนักงานทำความสะอาดจะสวมชุดหูฟังติดกล้องขณะทำงานภายในบ้านของลูกค้า กล้องจะบันทึกภาพจากมุมมองเดียวกับสายตาของมนุษย์ ตั้งแต่การเช็ดโต๊ะ จัดห้อง ล้างจาน หรือทำงานบ้านรูปแบบต่าง ๆ
ข้อมูลวิดีโอเหล่านี้จะถูกนำไปสร้างชุดข้อมูลสำหรับฝึก AI และหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ เพื่อให้สามารถเรียนรู้วิธีทำงานบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต
ทำไม AI ถึงต้องการข้อมูลจากบ้านจริง
ปัญหาสำคัญของการพัฒนาหุ่นยนต์ในบ้านคือ สภาพแวดล้อมแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน
บ้านแต่ละหลังมีรูปแบบห้องครัว เฟอร์นิเจอร์ อ่างล้างจาน ก๊อกน้ำ และสภาพแสงที่แตกต่างกัน หาก AI เรียนรู้จากสภาพแวดล้อมแบบเดียว หุ่นยนต์อาจทำงานได้ดีเฉพาะในสถานการณ์ที่เคยเห็นมาก่อน
Shift จึงเชื่อว่าการเก็บข้อมูลจากบ้านจริงจำนวนมากจะช่วยให้ AI เรียนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ที่หลากหลาย และสามารถนำทักษะไปประยุกต์ใช้ในบ้านประเภทต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
บริษัทยืนยันว่ามีการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
Shift ระบุว่าก่อนนำข้อมูลไปใช้งาน บริษัทจะทำการเบลอใบหน้า ชื่อ หน้าจอคอมพิวเตอร์ บัตรประจำตัว และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่สามารถระบุตัวตนได้
นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถถอนความยินยอมและขอให้ลบข้อมูลได้ในช่วงก่อนที่ข้อมูลจะถูกประมวลผลและเผยแพร่ให้พันธมิตรเข้าถึง แต่หลังจากข้อมูลถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนและนำไปใช้งานแล้ว การลบข้อมูลอาจทำได้ยากขึ้น
ข้อมูลดังกล่าวจะถูกใช้สำหรับงานวิจัยภายในของ MicroAGI และอาจถูกแบ่งปันให้กับบริษัทหุ่นยนต์และห้องปฏิบัติการ AI บางแห่งที่ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้
ความกังวลไม่ได้อยู่แค่เรื่องชื่อหรือใบหน้า
แม้บริษัทจะยืนยันว่ามีการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและความเป็นส่วนตัวบางรายมองว่า ข้อมูลภายในบ้านมีความละเอียดอ่อนมากกว่าข้อมูลทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต
ภายในบ้านสะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิต พฤติกรรมประจำวัน ทรัพย์สิน และกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้อยู่อาศัย ซึ่งเป็นข้อมูลที่โทรศัพท์มือถือหรือโซเชียลมีเดียอาจไม่สามารถเก็บได้ครบถ้วน
นักวิชาการบางคนจึงตั้งคำถามว่า แม้ข้อมูลจะถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ แต่ข้อมูลจำนวนมากที่ถูกรวบรวมร่วมกันอาจยังสามารถเชื่อมโยงกลับไปยังบุคคลหรือครัวเรือนได้ในบางกรณี
แล้วแรงงานที่ช่วยฝึก AI จะได้รับผลกระทบหรือไม่
นอกจากข้อมูลของเจ้าของบ้านแล้ว ระบบยังบันทึกวิธีการทำงานของพนักงานทำความสะอาดด้วย
ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานบางส่วนมองว่า ข้อมูลเหล่านี้อาจช่วยให้หุ่นยนต์เรียนรู้ขั้นตอนการทำงานของมนุษย์ได้รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็เกิดคำถามตามมาว่า ในอนาคตข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้สร้างระบบอัตโนมัติที่ลดความต้องการแรงงานมนุษย์หรือไม่
ด้านสมาคมแรงงานแม่บ้านแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า แรงงานทำความสะอาดควรได้รับการเคารพและได้รับการปกป้อง ไม่ใช่ถูกมองเป็นเพียงแหล่งข้อมูลสำหรับพัฒนาเทคโนโลยีของผู้อื่น
คำถามใหม่ของยุค AI
Shift มองว่ารูปแบบธุรกิจนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้รับผลตอบแทนจากข้อมูลของตนเองอย่างโปร่งใส แทนที่จะถูกเก็บข้อมูลโดยไม่รู้ตัวเหมือนในหลายแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม กรณีนี้สะท้อนให้เห็นคำถามสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นในยุค AI ว่า ผู้คนพร้อมแลกข้อมูลส่วนตัวภายในบ้านกับบริการหรือความสะดวกสบายมากน้อยเพียงใด และข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ในลักษณะใดในอนาคต
แม้ปัจจุบัน Shift จะนำเสนอเรื่องนี้ในฐานะบริการทำความสะอาดฟรี แต่สิ่งที่หลายฝ่ายกำลังจับตาอาจไม่ใช่การทำความสะอาดบ้าน หากเป็นการกำหนดขอบเขตใหม่ระหว่างความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความเป็นส่วนตัวในยุค AI มากกว่า
ที่มา: Fast Company


