แชร์

ทำไมหุ่นยนต์ส่งอาหารถึงเริ่มถูกต่อต้าน? เมื่อหลายเมืองเริ่มตั้งคำถามว่า "ทางเท้าเป็นของใคร"

อัพเดทล่าสุด: 26 มิ.ย. 2026
46 ผู้เข้าชม

หุ่นยนต์ส่งอาหารที่เคยถูกมองว่าเป็นภาพของเมืองแห่งอนาคต กำลังเผชิญกระแสต่อต้านในหลายประเทศ หลังผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ควรเข้ามาใช้พื้นที่สาธารณะอย่างไร และใครควรเป็นผู้กำหนดกติกา

ล่าสุดที่ ย่านเมียร์สบรูก (Meersbrook) ใน เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ หุ่นยนต์ส่งอาหารของ Uber Eats ซึ่งให้บริการโดย Starship Technologies ถูกพ่นสีทำลาย เสาธงสีส้มที่ติดอยู่บนตัวหุ่นยนต์ถูกดัดงอลงกับพื้น จุดชาร์จถูกพ่นสี และมีคนนำกรวยจราจรไปวางขวางด้านหลังหุ่นยนต์เพื่อไม่ให้เคลื่อนที่ได้

Starship Technologies ระบุว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่มีคนเพียงไม่กี่คนเข้ามาทำลายบริการใหม่ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนในชุมชน ขณะที่ Uber Eats มองว่า การเปิดให้บริการหุ่นยนต์ส่งอาหารในเมืองเชฟฟิลด์สะท้อนบทบาทของเมืองในฐานะศูนย์กลางด้านวิศวกรรมและนวัตกรรมของสหราชอาณาจักร

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าการนำหุ่นยนต์ออกมาใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้ทุกคนเสมอไป

คนบางส่วนมองว่า "ล้ำสมัย" แต่อีกหลายคนรู้สึกไม่สบายใจ

ชาวบ้านในย่านเมียร์สบรูกมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจน บางคนมองว่าหุ่นยนต์เหล่านี้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เป็นอันตราย แต่บางคนกลับรู้สึกว่ามันดู "น่ากังวล" โดยเฉพาะเมื่อหุ่นยนต์ติดตั้งกล้องและเซ็นเซอร์หลายตัว พร้อมเคลื่อนที่อยู่บนทางเท้าเดียวกับคนเดิน

ชาวบ้านรายหนึ่งเล่าว่า เธอเคยเดินถือของกลับบ้าน ก่อนที่หุ่นยนต์จะเคลื่อนเข้ามาและหักหลบในจังหวะสุดท้าย แม้จะไม่เกิดอุบัติเหตุ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รู้สึกแปลกกับการต้องใช้ทางเท้าร่วมกับเครื่องจักร

Starship Technologies ชี้แจงว่า หุ่นยนต์ทุกคันติดตั้งกล้องและเซ็นเซอร์เพื่อใช้ในการนำทางเท่านั้น บริษัทมีมาตรการปกปิดข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (GDPR) และไม่มีการส่งต่อภาพหรือวิดีโอให้ Uber

กระแสต้านไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในอังกฤษ

ความกังวลเกี่ยวกับหุ่นยนต์ส่งอาหารไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเมืองเชฟฟิลด์

ที่ เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา ชาวเมืองบางส่วนเริ่มออกมาคัดค้าน หลังพบว่าหุ่นยนต์ส่งของวิ่งบนทางเท้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

Josh Robertson หนึ่งในผู้ที่ออกมารณรงค์ให้ระงับการใช้งานหุ่นยนต์ เล่าว่า ตอนแรกเขารู้สึกว่าหุ่นยนต์เหล่านี้ดูน่าสนใจและเป็นภาพของอนาคต แต่เมื่อเดินเล่นกับครอบครัว เขากลับพบว่าต้องหลบให้หุ่นยนต์ที่กำลังวิ่งเข้ามา ทำให้เริ่มตั้งคำถามว่า ทางเท้าที่สร้างขึ้นสำหรับคนเดิน กำลังต้องแบ่งพื้นที่ให้หุ่นยนต์หรือไม่

เขายังอ้างถึงรายงานเหตุการณ์ที่หุ่นยนต์บางคันสร้างปัญหาบริเวณทางข้าม ถนน และบางกรณีมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชนกับเสาธงนิรภัยที่ติดตั้งอยู่บนตัวหุ่นยนต์

ปัจจุบัน Josh ได้เปิดแคมเปญรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อเรียกร้องให้เมืองชิคาโกระงับการใช้งานหุ่นยนต์ส่งของ จนกว่าจะมีการทดสอบด้านความปลอดภัยและกำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจน โดยมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วประมาณ 4,400 คน

หลายเมืองเริ่มออกกฎควบคุม

การถกเถียงเรื่องหุ่นยนต์ส่งของกำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศ

เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ห้ามหุ่นยนต์ส่งของใช้ทางเท้ามาตั้งแต่ปี 2021 ขณะที่ เมืองซานฟรานซิสโก จำกัดพื้นที่การใช้งานให้อยู่ในบริเวณที่มีคนเดินไม่หนาแน่น

ส่วนที่ เมืองเกลนเดล รัฐแคลิฟอร์เนีย สภาเมืองกำลังพิจารณาระงับการใช้งานชั่วคราว หลังสมาชิกสภาระบุว่าหุ่นยนต์เริ่มเข้ามาให้บริการโดยที่ท้องถิ่นไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้า อีกทั้งยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้พื้นที่สาธารณะ ความปลอดภัยของคนเดินเท้า และผลกระทบต่อแรงงานส่งอาหาร

หลายฝ่ายจึงเสนอให้มีการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เช่น พื้นที่ที่อนุญาตให้หุ่นยนต์วิ่ง ความเร็วสูงสุด มาตรฐานด้านความปลอดภัย การประกันภัย และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการหากเกิดอุบัติเหตุ

อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือผลกระทบต่อแรงงาน

นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว สหภาพแรงงาน Independent Workers Union of Great Britain (IWGB) ยังแสดงความกังวลว่า หากหุ่นยนต์ส่งอาหารขยายตัวในวงกว้าง อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานส่งอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่พึ่งพางานลักษณะนี้เป็นรายได้หลัก

สหภาพระบุว่า หากการใช้งานขยายไปทั่วประเทศ ก็อาจต้องผลักดันให้รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามากำกับดูแลอย่างจริงจัง เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพส่งอาหาร

เทคโนโลยีกำลังโตเร็วกว่ากฎระเบียบ

แม้ปัจจุบันหุ่นยนต์ส่งอาหารจะยังมีจำนวนไม่มาก แต่บริษัทวิจัย Transforma Insight คาดการณ์ว่า ภายในปี 2034 จะมีหุ่นยนต์ส่งของอัตโนมัติมากถึง 2.1 ล้านคัน ถูกนำมาใช้งานทั่วโลก

หลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ เปิดกว้างต่อการทดลองใช้งานเทคโนโลยีลักษณะนี้ ขณะที่บางเมืองในยุโรปและอเมริกาเหนือเริ่มใช้แนวทางที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อรอให้กฎหมายและมาตรฐานต่าง ๆ พัฒนาตามทัน

กรณีของหุ่นยนต์ส่งอาหารจึงสะท้อนว่า ความสำเร็จของเทคโนโลยีไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการยอมรับของสังคม การใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกับผู้คน และกฎระเบียบที่จะทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

ท้ายที่สุด คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า "หุ่นยนต์ส่งอาหารทำงานได้ดีแค่ไหน" แต่คือ "เมืองจะออกแบบกติกาอย่างไร เพื่อให้มนุษย์และหุ่นยนต์สามารถใช้พื้นที่เดียวกันได้อย่างเหมาะสม"


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไม Prada และ Louis Vuitton ถึงเปิดคาเฟ่? แบรนด์หรูกำลังขายอะไรกัน?
เมื่อแบรนด์หรูอย่าง Prada, Louis Vuitton และ Ralph Lauren หันมาเปิดคาเฟ่ สิ่งที่พวกเขากำลังขายอาจไม่ใช่กาแฟหรืออาหาร แต่คือ "ประสบการณ์" ที่ทำให้ลูกค้าใช้เวลาอยู่กับแบรนด์นานขึ้น สร้างความผูกพัน และเพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อสินค้าราคาแพงในอนาคต
21 มิ.ย. 2026
ไวรัล เจลาโต้ 300 บาท คนกำลังซื้อรสชาติ หรือกำลังซื้อ “การอยู่ในกระแส”
ไอศกรีมถ้วยละเกือบ 300 บาท ถ้าเป็นเมื่อก่อน คนอาจถามว่า “มันคุ้มจริงเหรอ?”
25 มี.ค. 2026
มัทฉะเกรดพิธีการ มีจริงไหม? หรือเรากำลังจ่ายแพงเพราะคำทางการตลาด
ถ้าคุณเคยจ่ายเงินเพิ่มเพราะเห็นคำว่า “Ceremonial Grade” บนกระป๋องมัทฉะ คุณอาจไม่ใช่คนเดียว แต่คำถามคือ คำนี้เป็นมาตรฐานจริงจากญี่ปุ่น หรือเป็นเพียงคำที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ขายง่ายขึ้น?
12 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy