ทำไมหุ่นยนต์ส่งอาหารถึงเริ่มถูกต่อต้าน? เมื่อหลายเมืองเริ่มตั้งคำถามว่า "ทางเท้าเป็นของใคร"

หุ่นยนต์ส่งอาหารที่เคยถูกมองว่าเป็นภาพของเมืองแห่งอนาคต กำลังเผชิญกระแสต่อต้านในหลายประเทศ หลังผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ควรเข้ามาใช้พื้นที่สาธารณะอย่างไร และใครควรเป็นผู้กำหนดกติกา
ล่าสุดที่ ย่านเมียร์สบรูก (Meersbrook) ใน เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ หุ่นยนต์ส่งอาหารของ Uber Eats ซึ่งให้บริการโดย Starship Technologies ถูกพ่นสีทำลาย เสาธงสีส้มที่ติดอยู่บนตัวหุ่นยนต์ถูกดัดงอลงกับพื้น จุดชาร์จถูกพ่นสี และมีคนนำกรวยจราจรไปวางขวางด้านหลังหุ่นยนต์เพื่อไม่ให้เคลื่อนที่ได้
Starship Technologies ระบุว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่มีคนเพียงไม่กี่คนเข้ามาทำลายบริการใหม่ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนในชุมชน ขณะที่ Uber Eats มองว่า การเปิดให้บริการหุ่นยนต์ส่งอาหารในเมืองเชฟฟิลด์สะท้อนบทบาทของเมืองในฐานะศูนย์กลางด้านวิศวกรรมและนวัตกรรมของสหราชอาณาจักร
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าการนำหุ่นยนต์ออกมาใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้ทุกคนเสมอไป
คนบางส่วนมองว่า "ล้ำสมัย" แต่อีกหลายคนรู้สึกไม่สบายใจ
ชาวบ้านในย่านเมียร์สบรูกมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจน บางคนมองว่าหุ่นยนต์เหล่านี้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เป็นอันตราย แต่บางคนกลับรู้สึกว่ามันดู "น่ากังวล" โดยเฉพาะเมื่อหุ่นยนต์ติดตั้งกล้องและเซ็นเซอร์หลายตัว พร้อมเคลื่อนที่อยู่บนทางเท้าเดียวกับคนเดิน
ชาวบ้านรายหนึ่งเล่าว่า เธอเคยเดินถือของกลับบ้าน ก่อนที่หุ่นยนต์จะเคลื่อนเข้ามาและหักหลบในจังหวะสุดท้าย แม้จะไม่เกิดอุบัติเหตุ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รู้สึกแปลกกับการต้องใช้ทางเท้าร่วมกับเครื่องจักร
Starship Technologies ชี้แจงว่า หุ่นยนต์ทุกคันติดตั้งกล้องและเซ็นเซอร์เพื่อใช้ในการนำทางเท่านั้น บริษัทมีมาตรการปกปิดข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (GDPR) และไม่มีการส่งต่อภาพหรือวิดีโอให้ Uber
กระแสต้านไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในอังกฤษ
ความกังวลเกี่ยวกับหุ่นยนต์ส่งอาหารไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเมืองเชฟฟิลด์
ที่ เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา ชาวเมืองบางส่วนเริ่มออกมาคัดค้าน หลังพบว่าหุ่นยนต์ส่งของวิ่งบนทางเท้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
Josh Robertson หนึ่งในผู้ที่ออกมารณรงค์ให้ระงับการใช้งานหุ่นยนต์ เล่าว่า ตอนแรกเขารู้สึกว่าหุ่นยนต์เหล่านี้ดูน่าสนใจและเป็นภาพของอนาคต แต่เมื่อเดินเล่นกับครอบครัว เขากลับพบว่าต้องหลบให้หุ่นยนต์ที่กำลังวิ่งเข้ามา ทำให้เริ่มตั้งคำถามว่า ทางเท้าที่สร้างขึ้นสำหรับคนเดิน กำลังต้องแบ่งพื้นที่ให้หุ่นยนต์หรือไม่
เขายังอ้างถึงรายงานเหตุการณ์ที่หุ่นยนต์บางคันสร้างปัญหาบริเวณทางข้าม ถนน และบางกรณีมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชนกับเสาธงนิรภัยที่ติดตั้งอยู่บนตัวหุ่นยนต์
ปัจจุบัน Josh ได้เปิดแคมเปญรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อเรียกร้องให้เมืองชิคาโกระงับการใช้งานหุ่นยนต์ส่งของ จนกว่าจะมีการทดสอบด้านความปลอดภัยและกำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจน โดยมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วประมาณ 4,400 คน
หลายเมืองเริ่มออกกฎควบคุม
การถกเถียงเรื่องหุ่นยนต์ส่งของกำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศ
เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ห้ามหุ่นยนต์ส่งของใช้ทางเท้ามาตั้งแต่ปี 2021 ขณะที่ เมืองซานฟรานซิสโก จำกัดพื้นที่การใช้งานให้อยู่ในบริเวณที่มีคนเดินไม่หนาแน่น
ส่วนที่ เมืองเกลนเดล รัฐแคลิฟอร์เนีย สภาเมืองกำลังพิจารณาระงับการใช้งานชั่วคราว หลังสมาชิกสภาระบุว่าหุ่นยนต์เริ่มเข้ามาให้บริการโดยที่ท้องถิ่นไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้า อีกทั้งยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้พื้นที่สาธารณะ ความปลอดภัยของคนเดินเท้า และผลกระทบต่อแรงงานส่งอาหาร
หลายฝ่ายจึงเสนอให้มีการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เช่น พื้นที่ที่อนุญาตให้หุ่นยนต์วิ่ง ความเร็วสูงสุด มาตรฐานด้านความปลอดภัย การประกันภัย และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการหากเกิดอุบัติเหตุ
อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือผลกระทบต่อแรงงาน
นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว สหภาพแรงงาน Independent Workers Union of Great Britain (IWGB) ยังแสดงความกังวลว่า หากหุ่นยนต์ส่งอาหารขยายตัวในวงกว้าง อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานส่งอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่พึ่งพางานลักษณะนี้เป็นรายได้หลัก
สหภาพระบุว่า หากการใช้งานขยายไปทั่วประเทศ ก็อาจต้องผลักดันให้รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามากำกับดูแลอย่างจริงจัง เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพส่งอาหาร
เทคโนโลยีกำลังโตเร็วกว่ากฎระเบียบ
แม้ปัจจุบันหุ่นยนต์ส่งอาหารจะยังมีจำนวนไม่มาก แต่บริษัทวิจัย Transforma Insight คาดการณ์ว่า ภายในปี 2034 จะมีหุ่นยนต์ส่งของอัตโนมัติมากถึง 2.1 ล้านคัน ถูกนำมาใช้งานทั่วโลก
หลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ เปิดกว้างต่อการทดลองใช้งานเทคโนโลยีลักษณะนี้ ขณะที่บางเมืองในยุโรปและอเมริกาเหนือเริ่มใช้แนวทางที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อรอให้กฎหมายและมาตรฐานต่าง ๆ พัฒนาตามทัน
กรณีของหุ่นยนต์ส่งอาหารจึงสะท้อนว่า ความสำเร็จของเทคโนโลยีไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการยอมรับของสังคม การใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกับผู้คน และกฎระเบียบที่จะทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย
ท้ายที่สุด คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า "หุ่นยนต์ส่งอาหารทำงานได้ดีแค่ไหน" แต่คือ "เมืองจะออกแบบกติกาอย่างไร เพื่อให้มนุษย์และหุ่นยนต์สามารถใช้พื้นที่เดียวกันได้อย่างเหมาะสม"


