แชร์

งานวิจัยพบ กินอาหารให้จบภายใน 9 ชั่วโมงต่อวัน อาจช่วยให้สมองผู้สูงอายุทำงานดีขึ้น

อัพเดทล่าสุด: 27 ก.ค. 2026
162 ผู้เข้าชม

งานวิจัยชี้ การจำกัดช่วงเวลากินอาหารอาจช่วยชะลอการเสื่อมของสมองในผู้สูงอายุ แต่ยังต้องศึกษาต่อ


การกินภายใน 9 ชั่วโมงต่อวันอาจส่งผลดีต่อการทำงานของสมอง
นักวิจัยจาก Rutgers University นำเสนอผลการศึกษาที่พบว่า การจำกัดช่วงเวลาการรับประทานอาหาร (Time-Restricted Eating) ให้กินอาหารภายในช่วงเวลาประมาณ 9 ชั่วโมงต่อวัน และเว้นการกินอาหารอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน อาจช่วยลดการเสื่อมของความสามารถด้านการคิดและการรับรู้ (Cognitive Decline) ในผู้สูงอายุได้

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเน้นว่า ผลการศึกษานี้ยังเป็นงานวิจัยเบื้องต้น ที่นำเสนอในที่ประชุมวิชาการ และยังไม่ได้ผ่านการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการแบบ Peer Review จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่เพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์

ศึกษาผู้หญิงวัย 50–79 ปี ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
การศึกษาครั้งนี้ติดตามผู้หญิง 47 คน อายุระหว่าง 50–79 ปี ซึ่งมีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน โดยทุกคนลดพลังงานจากอาหารลงวันละประมาณ 500 กิโลแคลอรี เป็นเวลา 6 เดือน

ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มที่รับประทานอาหารภายในช่วงเวลาประมาณ 9 ชั่วโมงต่อวัน (โดยทั่วไปคือ 10.00–18.00 น.)
  • กลุ่มที่รับประทานอาหารกระจายภายในช่วงเวลาประมาณ 12 ชั่วโมงต่อวัน
  • ทั้งสองกลุ่มมีน้ำหนักลดลงใกล้เคียงกัน เฉลี่ยประมาณ 7 กิโลกรัม แต่กลุ่มที่จำกัดช่วงเวลากินอาหารมีผลการทดสอบด้านการคิดที่ดีกว่า


ผลทดสอบด้านการคิดดีขึ้นในบางด้าน
นักวิจัยพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารภายในช่วงเวลา 9 ชั่วโมง ทำคะแนนได้ดีกว่า ในการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับ

  • การวางแผนเชิงพื้นที่ (Spatial Planning)
  • การแก้ปัญหา (Problem Solving)
  • ความจำและการเรียนรู้บางด้าน

ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้นักวิจัยตั้งข้อสันนิษฐานว่า การรับประทานอาหารให้สอดคล้องกับ นาฬิกาชีวภาพของร่างกาย (Circadian Rhythm) อาจช่วยสนับสนุนการทำงานของสมองได้ นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญพลังงานที่ดีขึ้นและการลดการอักเสบในร่างกาย แต่ยังต้องมีการศึกษากลไกเพิ่มเติม

ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่า "ช่วยป้องกันสมองเสื่อม" ได้
ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยเตือนว่า แม้ผลลัพธ์จะน่าสนใจแต่ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการจำกัดช่วงเวลากินอาหารสามารถป้องกันภาวะสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ได้ เพราะการศึกษานี้มีผู้เข้าร่วมเพียง 47 คน และศึกษากับผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนเท่านั้น

จึงยังไม่ทราบว่าผลลัพธ์จะเหมือนกันในผู้ชาย ผู้ที่มีน้ำหนักปกติ หรือประชากรกลุ่มอื่นหรือไม่

แนวทางดูแลสุขภาพสมองยังต้องอาศัยหลายปัจจัยร่วมกัน
นักวิจัยระบุว่า การลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมยังต้องอาศัยปัจจัยด้านวิถีชีวิตหลายด้านร่วมกัน เช่น การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย การนอนหลับให้เพียงพอ และการดูแลโรคประจำตัว ขณะที่การจำกัดช่วงเวลากินอาหารอาจเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ควรศึกษาต่อในอนาคต

ที่มา : The Guardian.


บทความที่เกี่ยวข้อง
คุ้มจริงไหม? เบื้องหลัง Fast Fashion เสื้อผ้าราคาถูก พบ 69% ของสินค้าไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย
เสื้อผ้าราคาหลักสิบหรือหลักร้อยจากแพลตฟอร์ม Fast Fashion อาจดูคุ้มค่าในสายตาผู้บริโภค แต่ผลตรวจล่าสุดในยุโรปกำลังตั้งคำถามถึงต้นทุนที่ซ่อนอยู่ เมื่อหน่วยงานด้านผู้บริโภคพบว่าสินค้าจำนวนมากไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย และบางรายการตรวจพบสารเคมีที่ถูกจำกัดการใช้งานในสหภาพยุโรป
6 ก.ค. 2026
นักท่องเที่ยวจีนหันบิน Business Class มากขึ้น จากเที่ยวให้คุ้มสู่การจ่ายเพื่อความสบาย
นักท่องเที่ยวจีนกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง โดย Business Class และ Premium Travel ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ที่นั่งชั้นธุรกิจส่วนใหญ่เป็นของนักธุรกิจที่เดินทางเพื่อทำงาน ปัจจุบันเริ่มเห็นครอบครัว คู่รัก คนรุ่นใหม่ และผู้เกษียณเลือกจ่ายเพิ่มเพื่อความสะดวกสบายระหว่างเดินทาง
6 ต.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy