แรงงานอินเดียกำลังได้รับค่าจ้างเพื่อสอน AI ให้ทำงานได้เหมือนมนุษย์มากขึ้น

ในบ้านหลังหนึ่งที่เมืองเจนไน รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย
Nagireddy Sriramyachandra แม่บ้านวัย 25 ปี กำลังหั่นมะม่วงเหมือนที่เธอทำเป็นประจำทุกวัน แต่ครั้งนี้เธอสวมสมาร์ตโฟนไว้บนศีรษะเพื่อบันทึกทุกการเคลื่อนไหว ตั้งแต่การหยิบผลไม้ จับมีด ไปจนถึงการหั่นมะม่วง วิดีโอเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำไปใช้ทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย แต่ถูกส่งให้บริษัทด้าน AI เพื่อนำไปใช้ฝึกระบบหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ให้เรียนรู้วิธีการทำงานของมนุษย์
เธอได้รับค่าตอบแทนประมาณ 250 รูปีต่อชั่วโมง (ราว 95 บาท) สำหรับการบันทึกวิดีโอเหล่านี้
ข้อมูลที่ AI ไม่สามารถหาได้จากอินเทอร์เน็ต
แม้ AI ในปัจจุบันจะสามารถเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมหาศาลบนอินเทอร์เน็ตได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์แล้ว การเรียนรู้วิธีทำงานในโลกจริงยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่า
นักพัฒนาจึงเริ่มเก็บข้อมูลที่เรียกว่า Egocentric Data หรือข้อมูลจากมุมมองบุคคลที่หนึ่ง วิธีการคือให้ผู้คนสวมกล้องหรืออุปกรณ์บันทึกภาพบนศีรษะ เพื่อบันทึกสิ่งที่พวกเขามองเห็นและวิธีที่พวกเขาเคลื่อนไหวขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ AI เรียนรู้วิธีจับสิ่งของ เปิดประตู พับผ้า หรือทำงานต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมจริงได้ดีขึ้น
จากงานบ้านสู่ข้อมูลสำหรับหุ่นยนต์
บริษัท Objectways ซึ่งมีสำนักงานในอินเดียและสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในบริษัทที่รับเก็บข้อมูลประเภทนี้ ลูกค้าของบริษัทต้องการข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันจำนวนมาก เช่น
- การพับผ้า
- การชงกาแฟ
- การทำแซนด์วิช
การจัดเก็บสิ่งของภายในบ้าน
นอกจากการทำงานจากที่บ้านแล้ว บางคนยังทำงานในโรงงานหรือสตูดิโอจำลองบ้านพักอาศัย โดยสวมกล้อง GoPro แว่นอัจฉริยะ หรืออุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวขณะทำงาน
ที่สตูดิโอของ Objectways พนักงานจะบันทึกวิดีโอการทำกิจกรรมเดิมซ้ำหลายครั้ง เพื่อสร้างข้อมูลให้เพียงพอสำหรับการฝึก AI
อินเดียกับบทบาทใหม่ในอุตสาหกรรม AI
รายงานระบุว่า อินเดียกำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการเก็บ รวบรวม และติดป้ายกำกับข้อมูลสำหรับ AI นักวิจัยด้านแรงงานดิจิทัลมองว่าความต้องการบริการลักษณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีต้องการข้อมูลจำนวนมากสำหรับพัฒนาระบบ AI และหุ่นยนต์รุ่นใหม่
ขณะเดียวกัน บริษัทวิจัย Morgan Stanley คาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 อาจมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 1 พันล้านตัวถูกใช้งานทั่วโลก โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ
เทคโนโลยีที่มาพร้อมคำถามเรื่องแรงงาน
แม้อุตสาหกรรมนี้จะสร้างงานรูปแบบใหม่ แต่ก็มีแรงงานบางส่วนที่ตั้งคำถามถึงผลกระทบในระยะยาว
หนึ่งในนั้นคือ Ponni หญิงวัย 55 ปีจากเมืองเบงกาลูรู ผู้ทำพวงมาลัยดอกไม้ขายริมถนน และได้รับค่าจ้างให้บันทึกวิธีการทำงานของตัวเองเช่นกัน เธอมองว่าหากเทคโนโลยีพัฒนาไปมากขึ้น คนรุ่นต่อไปที่ทำงานลักษณะเดียวกับเธออาจต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางรายในอุตสาหกรรม AI มองว่าในอนาคต มนุษย์และหุ่นยนต์อาจทำงานร่วมกันมากกว่าที่จะเข้ามาแทนที่กันโดยสมบูรณ์ สำหรับวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือ แรงงานจำนวนมากในอินเดียกำลังมีบทบาทสำคัญในการช่วยสอน AI ให้เข้าใจโลกในแบบที่มนุษย์มองเห็นและใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน
ที่มา: AFP / RTL Luxembourg


