แชร์

แรงงานอินเดียกำลังได้รับค่าจ้างเพื่อสอน AI ให้ทำงานได้เหมือนมนุษย์มากขึ้น

อัพเดทล่าสุด: 16 มิ.ย. 2026
64 ผู้เข้าชม

ในบ้านหลังหนึ่งที่เมืองเจนไน รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย 

Nagireddy Sriramyachandra แม่บ้านวัย 25 ปี กำลังหั่นมะม่วงเหมือนที่เธอทำเป็นประจำทุกวัน แต่ครั้งนี้เธอสวมสมาร์ตโฟนไว้บนศีรษะเพื่อบันทึกทุกการเคลื่อนไหว ตั้งแต่การหยิบผลไม้ จับมีด ไปจนถึงการหั่นมะม่วง วิดีโอเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำไปใช้ทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย แต่ถูกส่งให้บริษัทด้าน AI เพื่อนำไปใช้ฝึกระบบหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ให้เรียนรู้วิธีการทำงานของมนุษย์

เธอได้รับค่าตอบแทนประมาณ 250 รูปีต่อชั่วโมง (ราว 95 บาท) สำหรับการบันทึกวิดีโอเหล่านี้

ข้อมูลที่ AI ไม่สามารถหาได้จากอินเทอร์เน็ต

แม้ AI ในปัจจุบันจะสามารถเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมหาศาลบนอินเทอร์เน็ตได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์แล้ว การเรียนรู้วิธีทำงานในโลกจริงยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่า

นักพัฒนาจึงเริ่มเก็บข้อมูลที่เรียกว่า Egocentric Data หรือข้อมูลจากมุมมองบุคคลที่หนึ่ง วิธีการคือให้ผู้คนสวมกล้องหรืออุปกรณ์บันทึกภาพบนศีรษะ เพื่อบันทึกสิ่งที่พวกเขามองเห็นและวิธีที่พวกเขาเคลื่อนไหวขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ AI เรียนรู้วิธีจับสิ่งของ เปิดประตู พับผ้า หรือทำงานต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมจริงได้ดีขึ้น

จากงานบ้านสู่ข้อมูลสำหรับหุ่นยนต์

บริษัท Objectways ซึ่งมีสำนักงานในอินเดียและสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในบริษัทที่รับเก็บข้อมูลประเภทนี้ ลูกค้าของบริษัทต้องการข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันจำนวนมาก เช่น

- การพับผ้า
- การชงกาแฟ
- การทำแซนด์วิช
การจัดเก็บสิ่งของภายในบ้าน

นอกจากการทำงานจากที่บ้านแล้ว บางคนยังทำงานในโรงงานหรือสตูดิโอจำลองบ้านพักอาศัย โดยสวมกล้อง GoPro แว่นอัจฉริยะ หรืออุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวขณะทำงาน

ที่สตูดิโอของ Objectways พนักงานจะบันทึกวิดีโอการทำกิจกรรมเดิมซ้ำหลายครั้ง เพื่อสร้างข้อมูลให้เพียงพอสำหรับการฝึก AI

อินเดียกับบทบาทใหม่ในอุตสาหกรรม AI

รายงานระบุว่า อินเดียกำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการเก็บ รวบรวม และติดป้ายกำกับข้อมูลสำหรับ AI นักวิจัยด้านแรงงานดิจิทัลมองว่าความต้องการบริการลักษณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีต้องการข้อมูลจำนวนมากสำหรับพัฒนาระบบ AI และหุ่นยนต์รุ่นใหม่

ขณะเดียวกัน บริษัทวิจัย Morgan Stanley คาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 อาจมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 1 พันล้านตัวถูกใช้งานทั่วโลก โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ

เทคโนโลยีที่มาพร้อมคำถามเรื่องแรงงาน

แม้อุตสาหกรรมนี้จะสร้างงานรูปแบบใหม่ แต่ก็มีแรงงานบางส่วนที่ตั้งคำถามถึงผลกระทบในระยะยาว 

หนึ่งในนั้นคือ Ponni หญิงวัย 55 ปีจากเมืองเบงกาลูรู ผู้ทำพวงมาลัยดอกไม้ขายริมถนน และได้รับค่าจ้างให้บันทึกวิธีการทำงานของตัวเองเช่นกัน เธอมองว่าหากเทคโนโลยีพัฒนาไปมากขึ้น คนรุ่นต่อไปที่ทำงานลักษณะเดียวกับเธออาจต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางรายในอุตสาหกรรม AI มองว่าในอนาคต มนุษย์และหุ่นยนต์อาจทำงานร่วมกันมากกว่าที่จะเข้ามาแทนที่กันโดยสมบูรณ์ สำหรับวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือ แรงงานจำนวนมากในอินเดียกำลังมีบทบาทสำคัญในการช่วยสอน AI ให้เข้าใจโลกในแบบที่มนุษย์มองเห็นและใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน

ที่มา: AFP / RTL Luxembourg


บทความที่เกี่ยวข้อง
Fitbit Air และอนาคตของ Wearable เมื่อข้อมูลสำคัญกว่าหน้าจอ
Google เปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบไร้หน้าจอ ราคาเริ่มต้นราว 3,400 บาท พร้อมชน Whoop ในตลาด wearable สายสุขภาพ
8 พ.ค. 2026
Google Glass กลับมาอีกครั้ง กับการเดิมพันอนาคตบนแว่นตา AI
Google I/O 2026 บริษัทเปิดตัวแว่น AI รุ่นใหม่ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์แว่นแฟชั่นอย่าง Warby Parker และ Gentle Monster ซึ่งรอบนี้หน้าตา “เหมือนแว่นธรรมดา” มากขึ้น ไม่ดูเหมือน gadget ประหลาดแบบยุค Google Glass อีกแล้ว
24 พ.ค. 2026
นักวิจัยสร้างหุ่นยนต์ 3 แขน แล่ซาชิมิได้เองราวกับเชฟ
นักวิจัยจากนอร์เวย์พัฒนา "Sashimi-Bot" หุ่นยนต์ 3 แขนที่สามารถแล่ปลาแซลมอนดิบได้โดยอัตโนมัติ ใช้ AI และเซ็นเซอร์รับสัมผัสช่วยจัดตำแหน่งปลาและควบคุมการหั่นอย่างแม่นยำ เพื่อรับมือกับหนึ่งในงานที่ท้าทายที่สุดสำหรับหุ่นยนต์ นั่นคือการจัดการกับวัตถุที่อ่อนนุ่มและเปลี่ยนรูปได้ตลอดเวลา
21 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy