แชร์

แรงงานอินเดียกำลังได้รับค่าจ้างเพื่อสอน AI ให้ทำงานได้เหมือนมนุษย์มากขึ้น

อัพเดทล่าสุด: 16 มิ.ย. 2026
126 ผู้เข้าชม

ในบ้านหลังหนึ่งที่เมืองเจนไน รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย 

Nagireddy Sriramyachandra แม่บ้านวัย 25 ปี กำลังหั่นมะม่วงเหมือนที่เธอทำเป็นประจำทุกวัน แต่ครั้งนี้เธอสวมสมาร์ตโฟนไว้บนศีรษะเพื่อบันทึกทุกการเคลื่อนไหว ตั้งแต่การหยิบผลไม้ จับมีด ไปจนถึงการหั่นมะม่วง วิดีโอเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำไปใช้ทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย แต่ถูกส่งให้บริษัทด้าน AI เพื่อนำไปใช้ฝึกระบบหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ให้เรียนรู้วิธีการทำงานของมนุษย์

เธอได้รับค่าตอบแทนประมาณ 250 รูปีต่อชั่วโมง (ราว 95 บาท) สำหรับการบันทึกวิดีโอเหล่านี้

ข้อมูลที่ AI ไม่สามารถหาได้จากอินเทอร์เน็ต

แม้ AI ในปัจจุบันจะสามารถเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมหาศาลบนอินเทอร์เน็ตได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์แล้ว การเรียนรู้วิธีทำงานในโลกจริงยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่า

นักพัฒนาจึงเริ่มเก็บข้อมูลที่เรียกว่า Egocentric Data หรือข้อมูลจากมุมมองบุคคลที่หนึ่ง วิธีการคือให้ผู้คนสวมกล้องหรืออุปกรณ์บันทึกภาพบนศีรษะ เพื่อบันทึกสิ่งที่พวกเขามองเห็นและวิธีที่พวกเขาเคลื่อนไหวขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ AI เรียนรู้วิธีจับสิ่งของ เปิดประตู พับผ้า หรือทำงานต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมจริงได้ดีขึ้น

จากงานบ้านสู่ข้อมูลสำหรับหุ่นยนต์

บริษัท Objectways ซึ่งมีสำนักงานในอินเดียและสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในบริษัทที่รับเก็บข้อมูลประเภทนี้ ลูกค้าของบริษัทต้องการข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันจำนวนมาก เช่น

- การพับผ้า
- การชงกาแฟ
- การทำแซนด์วิช
การจัดเก็บสิ่งของภายในบ้าน

นอกจากการทำงานจากที่บ้านแล้ว บางคนยังทำงานในโรงงานหรือสตูดิโอจำลองบ้านพักอาศัย โดยสวมกล้อง GoPro แว่นอัจฉริยะ หรืออุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวขณะทำงาน

ที่สตูดิโอของ Objectways พนักงานจะบันทึกวิดีโอการทำกิจกรรมเดิมซ้ำหลายครั้ง เพื่อสร้างข้อมูลให้เพียงพอสำหรับการฝึก AI

อินเดียกับบทบาทใหม่ในอุตสาหกรรม AI

รายงานระบุว่า อินเดียกำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการเก็บ รวบรวม และติดป้ายกำกับข้อมูลสำหรับ AI นักวิจัยด้านแรงงานดิจิทัลมองว่าความต้องการบริการลักษณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีต้องการข้อมูลจำนวนมากสำหรับพัฒนาระบบ AI และหุ่นยนต์รุ่นใหม่

ขณะเดียวกัน บริษัทวิจัย Morgan Stanley คาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 อาจมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 1 พันล้านตัวถูกใช้งานทั่วโลก โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ

เทคโนโลยีที่มาพร้อมคำถามเรื่องแรงงาน

แม้อุตสาหกรรมนี้จะสร้างงานรูปแบบใหม่ แต่ก็มีแรงงานบางส่วนที่ตั้งคำถามถึงผลกระทบในระยะยาว 

หนึ่งในนั้นคือ Ponni หญิงวัย 55 ปีจากเมืองเบงกาลูรู ผู้ทำพวงมาลัยดอกไม้ขายริมถนน และได้รับค่าจ้างให้บันทึกวิธีการทำงานของตัวเองเช่นกัน เธอมองว่าหากเทคโนโลยีพัฒนาไปมากขึ้น คนรุ่นต่อไปที่ทำงานลักษณะเดียวกับเธออาจต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางรายในอุตสาหกรรม AI มองว่าในอนาคต มนุษย์และหุ่นยนต์อาจทำงานร่วมกันมากกว่าที่จะเข้ามาแทนที่กันโดยสมบูรณ์ สำหรับวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือ แรงงานจำนวนมากในอินเดียกำลังมีบทบาทสำคัญในการช่วยสอน AI ให้เข้าใจโลกในแบบที่มนุษย์มองเห็นและใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน

ที่มา: AFP / RTL Luxembourg


บทความที่เกี่ยวข้อง
พลิกโฉมวงการกาแฟ เอสเปรสโซที่สกัดด้วยคลื่นอัลตราโซนิก พร้อมดื่มในเวลาไม่ถึง 3 นาที
นักวิจัยจากออสเตรเลียพัฒนาวิธีชงเอสเปรสโซแบบใหม่ โดยใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิกและน้ำอุณหภูมิห้องแทนน้ำร้อน สามารถสร้างกาแฟเข้มข้นระดับเอสเปรสโซได้ภายในไม่ถึง 3 นาที พร้อมลดการใช้พลังงานได้มากถึง 75%
28 มิ.ย. 2026
UBTECH U1 หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์เพื่อนคู่ใจ ยอดจองเกือบ 4,000 ตัว มัดจำทะลุ 50 ล้านบาทใน 10 วัน
หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ไม่ได้อยู่แค่ในโรงงานอีกต่อไป ล่าสุด UBTECH จากจีนเปิดจอง U1 หุ่นยนต์เพื่อนคู่ใจสำหรับใช้งานในบ้าน และมียอดจองเกือบ 4,000 ตัวภายใน 10 วัน สะท้อนความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อหุ่นยนต์ AI สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
18 มิ.ย. 2026
นักวิจัยพัฒนาสิ่งทอจากเชื้อรามีชีวิต ซ่อมแซมตัวเองได้ และอาจไม่ต้องซักในอนาคต
จะเป็นอย่างไรถ้าเสื้อผ้าสามารถ ซ่อมรอยขาดและทำความสะอาดตัวเองได้? นักวิจัยกำลังพัฒนาวัสดุจาก เชื้อรามีชีวิต ที่ยังคงสามารถเจริญเติบโตหลังผลิตเป็นสิ่งทอ โดยหวังว่าจะช่วยยืดอายุเสื้อผ้า ลดการซัก และลดขยะจากอุตสาหกรรมแฟชั่นในอนาคต แม้เทคโนโลยียังอยู่ในขั้นงานวิจัย
26 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy