Xiaomi จากขาขึ้นสู่บททดสอบใหม่ เมื่อความหวัง EV เริ่มถูกพิสูจน์

ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 ปี Xiaomi กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดของตลาดฮ่องกง
ราคาหุ้นเคยเคลื่อนไหวต่ำกว่า 12 ดอลลาร์ฮ่องกง ก่อนทะยานขึ้นไปแตะระดับมากกว่า 60 ดอลลาร์ฮ่องกง จากความเชื่อมั่นว่าบริษัทกำลังเปลี่ยนตัวเองจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ไปสู่ผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า
แต่ในเดือนมิถุนายน 2026 ราคาหุ้นกลับปรับตัวลงมาอยู่บริเวณประมาณ 28 ดอลลาร์ฮ่องกง ทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า ความคาดหวังที่เคยผลักดันหุ้นขึ้นไปอย่างร้อนแรงนั้น จะสามารถเปลี่ยนเป็นผลประกอบการที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่
SU7 เปลี่ยน Xiaomi จากบริษัทมือถือ เป็นบริษัท EV
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi SU7
รถรุ่นนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างรวดเร็ว และทำให้ตลาดเริ่มมอง Xiaomi ในมุมใหม่ จากเดิมที่เป็นบริษัทสมาร์ทโฟน กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นหน้าใหม่ที่น่าจับตาของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน
ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา
แต่ตลาดเริ่มสนใจ "กำไร" มากกว่า "กระแส"
แม้ Xiaomi จะสามารถสร้างยอดขายและกระแสในตลาด EV ได้สำเร็จ แต่การแข่งขันในจีนยังคงรุนแรง
ผู้ผลิตรถยนต์จำนวนมากกำลังเผชิญสงครามราคา ต้นทุนที่สูงขึ้น และแรงกดดันด้านอัตรากำไร
ล่าสุด SUV รุ่นใหม่อย่าง YU7 สามารถสร้างสถิติยอดจองกว่า 289,000 คันภายใน 1 ชั่วโมงแรก แต่สำหรับนักลงทุน ตัวเลขที่สำคัญหลังจากนี้อาจไม่ใช่ยอดจอง หากเป็นจำนวนรถที่ส่งมอบได้จริง และกำไรที่บริษัทจะสร้างได้จากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า
ธุรกิจ EV ยังขาดทุน ขณะที่สมาร์ทโฟนก็เผชิญแรงกดดัน
ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2026 แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจ EV และ AI Innovation ของ Xiaomi กลับมาขาดทุนจากการดำเนินงานประมาณ 3.1 พันล้านหยวน หลังจากเคยทำกำไรได้ในปี 2025
ขณะเดียวกัน ธุรกิจสมาร์ทโฟน ซึ่งยังเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท ก็เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดจีน โดยเฉพาะหลังการกลับมาของ Huawei
จากความหวัง สู่บทพิสูจน์
การพุ่งขึ้นของหุ้น Xiaomi ในช่วงก่อนหน้า สะท้อนความเชื่อของตลาดว่าบริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตระลอกใหม่จากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าได้สำเร็จ
แต่การปรับตัวลงของหุ้นในช่วงหลัง กำลังสะท้อนอีกด้านหนึ่งของตลาดเช่นกัน นั่นคือ นักลงทุนเริ่มกลับมามองปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น ทั้งเรื่องความสามารถในการทำกำไร การแข่งขันในตลาด EV และความยั่งยืนของการเติบโตในระยะยาว
วันนี้คำถามสำคัญของ Xiaomi อาจไม่ใช่ว่า บริษัทสามารถขายรถได้หรือไม่
แต่คือ บริษัทจะสามารถเปลี่ยนยอดจองจำนวนมหาศาล ให้กลายเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ตลาดหุ้นอาจให้รางวัลกับ "ความหวัง" ได้เพียงช่วงหนึ่ง แต่ในระยะยาว สิ่งที่นักลงทุนต้องการเห็น คือผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง


