Google Glass กลับมาอีกครั้ง กับการเดิมพันอนาคตบนแว่นตา AI
อัพเดทล่าสุด: 15 มิ.ย. 2026
242 ผู้เข้าชม

ย้อนกลับไปปี 2013 Google เคยเปิดตัว Google Glass แว่นอัจฉริยะที่ล้ำเกินยุคไปมากในตอนนั้น มันสามารถถ่ายรูป อัดวิดีโอ ดูข้อมูล และเชื่อมอินเทอร์เน็ตได้ผ่านเลนส์ตรงหน้า
แต่สุดท้ายโปรเจกต์ก็ล้มเหลว
คนมองว่ามันแพง ดูแปลก และที่สำคัญคือ “น่ากลัว” เพราะไม่มีใครรู้ว่ากำลังถูกแอบถ่ายอยู่หรือเปล่า จน Google ต้องหยุดขายภายในเวลาไม่นาน
แต่ตอนนี้ Google กำลังกลับมาอีกครั้ง
ในงาน Google I/O 2026 บริษัทเปิดตัวแว่น AI รุ่นใหม่ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์แว่นแฟชั่นอย่าง Warby Parker และ Gentle Monster ซึ่งรอบนี้หน้าตา “เหมือนแว่นธรรมดา” มากขึ้น ไม่ดูเหมือน gadget ประหลาดแบบยุค Google Glass อีกแล้ว
แว่นรุ่นใหม่นี้ใช้ Gemini AI เป็นสมองหลัก สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่าน “Hey Google” แล้วให้ AI ช่วยทำหลายอย่างได้ทันที เช่น
- ถามข้อมูลจากสิ่งที่กำลังมองอยู่
- แปลภาษาแบบเรียลไทม์
- นำทาง
- โทรออก ส่งข้อความ
- อ่านข้อความให้ฟัง
- ถ่ายภาพและวิดีโอ
- ใช้งานร่วมกับ Google Maps, Calendar หรือแอปอื่น ๆ
บางรุ่นยังมีหน้าจอเล็ก ๆ อยู่ในเลนส์ เพื่อแสดงข้อความหรือคำแปลตรงสายตาแบบ AR ด้วย
สิ่งที่น่าสนใจคือ Google ไม่ได้พยายามขาย “แว่นไฮเทค” อย่างเดียว แต่กำลังพยายามทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแบบเงียบ ๆ
แทนที่เราจะหยิบมือถือขึ้นมาทุกครั้ง
อนาคตอาจแค่ “พูดกับแว่น”
แต่ในขณะเดียวกัน คำถามเรื่อง privacy ก็กลับมาอีกครั้งเหมือนยุค Google Glass
เพราะแว่นพวกนี้มีกล้อง มีไมโครโฟน และสามารถเปิด AI ฟังหรือมองสิ่งรอบตัวได้ตลอดเวลา หลายคนเริ่มกังวลว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ “ทุกอย่างอาจถูกบันทึกอยู่เสมอ” โดยที่คนรอบข้างไม่รู้ตัว
Google บอกว่าจะมีระบบไฟแจ้งเตือนเวลาถ่ายวิดีโอ และกำลังพัฒนามาตรการด้านความเป็นส่วนตัวเพิ่มเติม แต่คำถามสำคัญคือ คนจะ “ยอมรับ” มันได้หรือไม่
เพราะสุดท้าย สิ่งที่ Google กำลังทำ อาจไม่ใช่แค่การขายแว่น
แต่มันคือการพยายามเปลี่ยนวิธีที่เราใช้อินเทอร์เน็ตอีกครั้ง
จากยุคคอมพิวเตอร์
สู่ยุคสมาร์ตโฟน
และอาจกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI อยู่บน “สายตา” ของเราตลอดเวลา
แต่สุดท้ายโปรเจกต์ก็ล้มเหลว
คนมองว่ามันแพง ดูแปลก และที่สำคัญคือ “น่ากลัว” เพราะไม่มีใครรู้ว่ากำลังถูกแอบถ่ายอยู่หรือเปล่า จน Google ต้องหยุดขายภายในเวลาไม่นาน
แต่ตอนนี้ Google กำลังกลับมาอีกครั้ง
ในงาน Google I/O 2026 บริษัทเปิดตัวแว่น AI รุ่นใหม่ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์แว่นแฟชั่นอย่าง Warby Parker และ Gentle Monster ซึ่งรอบนี้หน้าตา “เหมือนแว่นธรรมดา” มากขึ้น ไม่ดูเหมือน gadget ประหลาดแบบยุค Google Glass อีกแล้ว
แว่นรุ่นใหม่นี้ใช้ Gemini AI เป็นสมองหลัก สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่าน “Hey Google” แล้วให้ AI ช่วยทำหลายอย่างได้ทันที เช่น
- ถามข้อมูลจากสิ่งที่กำลังมองอยู่
- แปลภาษาแบบเรียลไทม์
- นำทาง
- โทรออก ส่งข้อความ
- อ่านข้อความให้ฟัง
- ถ่ายภาพและวิดีโอ
- ใช้งานร่วมกับ Google Maps, Calendar หรือแอปอื่น ๆ
บางรุ่นยังมีหน้าจอเล็ก ๆ อยู่ในเลนส์ เพื่อแสดงข้อความหรือคำแปลตรงสายตาแบบ AR ด้วย
สิ่งที่น่าสนใจคือ Google ไม่ได้พยายามขาย “แว่นไฮเทค” อย่างเดียว แต่กำลังพยายามทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแบบเงียบ ๆ
แทนที่เราจะหยิบมือถือขึ้นมาทุกครั้ง
อนาคตอาจแค่ “พูดกับแว่น”
แต่ในขณะเดียวกัน คำถามเรื่อง privacy ก็กลับมาอีกครั้งเหมือนยุค Google Glass
เพราะแว่นพวกนี้มีกล้อง มีไมโครโฟน และสามารถเปิด AI ฟังหรือมองสิ่งรอบตัวได้ตลอดเวลา หลายคนเริ่มกังวลว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ “ทุกอย่างอาจถูกบันทึกอยู่เสมอ” โดยที่คนรอบข้างไม่รู้ตัว
Google บอกว่าจะมีระบบไฟแจ้งเตือนเวลาถ่ายวิดีโอ และกำลังพัฒนามาตรการด้านความเป็นส่วนตัวเพิ่มเติม แต่คำถามสำคัญคือ คนจะ “ยอมรับ” มันได้หรือไม่
เพราะสุดท้าย สิ่งที่ Google กำลังทำ อาจไม่ใช่แค่การขายแว่น
แต่มันคือการพยายามเปลี่ยนวิธีที่เราใช้อินเทอร์เน็ตอีกครั้ง
จากยุคคอมพิวเตอร์
สู่ยุคสมาร์ตโฟน
และอาจกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI อยู่บน “สายตา” ของเราตลอดเวลา
บทความที่เกี่ยวข้อง
นักวิจัยจากสิงคโปร์และญี่ปุ่นพัฒนา "ชุดดำน้ำจิ๋ว" สำหรับแมลงสาบไซบอร์ก ช่วยให้สามารถเคลื่อนที่ใต้น้ำได้นานถึง 3 ชั่วโมง เพื่อสำรวจพื้นที่น้ำท่วม ซากอาคาร และจุดที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าถึงได้ยาก โดยเทคโนโลยียังอยู่ในขั้นทดลองและเตรียมพัฒนาต่อสำหรับงานกู้ภัยในอนาคต
20 ก.ค. 2026
นักวิจัยจาก Robotics and AI Institute (RAI Institute) พัฒนา **Ultra Mobility Vehicle (UMV)** หุ่นยนต์ล้อสองล้อที่ผสานการทรงตัวแบบจักรยานเข้ากับความคล่องตัวของหุ่นยนต์ขา สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด 8 เมตรต่อวินาที กระโดดขึ้นแท่นสูง 1 เมตร และทำท่าพลิกตัวกลางอากาศได้ จุดเด่นคือการใช้มวลที่เคลื่อนย้ายได้ร่วมกับ AI แบบ Reinforcement Learning เพื่อควบคุมการทรงตัวและการเคลื่อนไหว โดยใช้แกนขับเคลื่อนที่ควบคุมได้เพียง 5 องศาอิสระ
18 ต.ค. 2026
วงการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจกำลังเข้าใกล้ "ChatGPT Moment" ภายในปี 2028 หลังผู้เชี่ยวชาญมองว่า AI Foundation Model จะทำให้หุ่นยนต์เรียนรู้งานใหม่ได้เองมากขึ้น ขณะที่จีนเร่งเพิ่มกำลังผลิตและเตรียมวางมาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการใช้งานในวงกว้าง
30 ก.ค. 2026


