แชร์

Realbotix เปิดตัว Echo หุ่นยนต์ AI ผิวซิลิโคน สนทนาได้กว่า 100 ภาษา

อัพเดทล่าสุด: 27 ต.ค. 2026
37 ผู้เข้าชม
เมื่อหุ่นยนต์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานในโรงงานหรือยกสิ่งของเท่านั้น แต่ยังถูกพัฒนาให้เป็นเพื่อนคู่สนทนาที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น บริษัท Realbotix จากแคนาดาเปิดตัว Echo หุ่นยนต์ที่ผสานผิวสังเคราะห์ซิลิโคน การเคลื่อนไหวของใบหน้าและลำตัวส่วนบน เข้ากับระบบสนทนาปัญญาประดิษฐ์ที่รองรับมากกว่า 100 ภาษา

รายงานจาก Interesting Engineering เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2026 ระบุว่า Echo ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ โดยมีทั้งรุ่นตั้งโต๊ะและรุ่นเต็มตัว ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 11,950 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่นเต็มตัวมีราคาสูงถึง 59,950 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ยังมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว และต้องเสียค่าสมาชิกซอฟต์แวร์เพิ่มเติมจากราคาซื้อเครื่อง

Echo มีสองรุ่น เลือกได้ตามรูปแบบการใช้งาน
Realbotix วางแผนผลิต Echo ในล็อตแรกเพียง 250 เครื่อง แบ่งเป็นรุ่นตั้งโต๊ะ 225 เครื่อง และรุ่นเต็มตัว 25 เครื่อง โดยกำหนดส่งมอบในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 ผู้สนใจสามารถวางเงินมัดจำเพื่อจองเครื่องได้ในราคา 199 ดอลลาร์สหรัฐ แต่การใช้งานยังต้องมีค่าสมาชิกซอฟต์แวร์รายเดือนด้วย

Echo Tabletop: รุ่นตั้งโต๊ะสำหรับการโต้ตอบ
Echo Tabletop มีความสูง 32 นิ้ว หรือประมาณ 81 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 25 ปอนด์ หรือ 11.3 กิโลกรัม ราคาเริ่มต้น 11,950 ดอลลาร์สหรัฐ

หุ่นยนต์รุ่นนี้มีจุดเด่นที่ผิวสังเคราะห์ซิลิโคนบริเวณใบหน้าและลำคอ ช่วยให้รูปลักษณ์ดูคล้ายมนุษย์มากขึ้น พร้อมข้อต่อที่รองรับการเคลื่อนไหว 17 องศาอิสระ (Degrees of Freedom: DOF) บริษัทวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์สำหรับการโต้ตอบรายบุคคล รวมถึงการศึกษา การบำบัด และสุขภาวะส่วนบุคคล

Echo Full Body: รุ่นเต็มตัวที่เคลื่อนไหวได้มากขึ้น
Echo Full Body มีราคาสูงถึง 59,950 ดอลลาร์สหรัฐ รุ่นที่มีรูปลักษณ์หญิงสูง 72 นิ้ว หรือประมาณ 183 เซนติเมตร ขณะที่รุ่นรูปลักษณ์ชายสูง 77 นิ้ว หรือประมาณ 196 เซนติเมตร ทั้งสองรุ่นมีความกว้างและความลึกประมาณ 28 นิ้ว และมีน้ำหนักราว 88 ปอนด์ หรือ 40 กิโลกรัม

รุ่นเต็มตัวรองรับการเคลื่อนไหว 39 องศาอิสระ ช่วยให้ลำตัวส่วนบนเคลื่อนไหวได้หลากหลายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์สามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนมนุษย์อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งสองรุ่นยังมีระบบแสดงสีหน้าและลำโพงบริเวณหน้าอกเพื่อใช้สื่อสารด้วยเสียง

AI สนทนาได้มากกว่า 100 ภาษา
จุดเด่นอีกด้านของ Echo คือการเชื่อมต่อกับระบบสนทนา AI หลายแพลตฟอร์ม ได้แก่ ChatGPT, Claude และ Gemini โดยรูปแบบการเข้าถึงขึ้นอยู่กับระดับสมาชิกที่เลือกใช้

Realbotix ยังออกแบบตัวละครให้มีบุคลิกและเสียงแตกต่างกัน 4 แบบ ได้แก่ Aria, Mila, Dave และ Amar เพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกแนวทางการโต้ตอบที่เหมาะกับตนเองได้

ตัวหุ่นยนต์รองรับการสื่อสารมากกว่า 100 ภาษา และสามารถตอบกลับด้วยภาษาที่ผู้ใช้กำลังพูดด้วย ความสามารถนี้ช่วยขยายขอบเขตการใช้งานไปสู่ผู้ใช้ที่มีพื้นฐานทางภาษาแตกต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกภาษาจะมีคุณภาพการสนทนาเท่ากันในทุกสถานการณ์

Vinci เพิ่มระบบมองเห็นและจดจำผู้ใช้
สำหรับผู้ที่ต้องการความสามารถด้านการรับรู้ภาพเพิ่มเติม Realbotix มีระบบเสริมชื่อ Vinci ซึ่งใช้การประมวลผลบนอุปกรณ์ร่วมกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer Vision)

ตามข้อมูลของบริษัท ระบบดังกล่าวรองรับความสามารถหลายด้าน เช่น การจดจำใบหน้า การติดตามทิศทางสายตา การตรวจจับสัญญาณทางอารมณ์ และการรับรู้ข้อมูลเชิงพื้นที่และเวลา บริษัทระบุว่าการประมวลผลภายในอุปกรณ์มีความหน่วงต่ำกว่าหนึ่งวินาที ซึ่งอาจช่วยให้หุ่นยนต์ตอบสนองต่อผู้ใช้ที่เคยพบมาก่อนและรักษาการสบตาระหว่างสนทนาได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการตรวจจับสัญญาณทางอารมณ์ไม่ควรถูกตีความว่าหุ่นยนต์สามารถเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง และผลลัพธ์จริงยังขึ้นอยู่กับการทำงานของระบบและเงื่อนไขในการใช้งาน

แผนพัฒนา AI Digital Twin ในปี 2027
Realbotix ยังมีแผนพัฒนา AI Digital Twin สำหรับปี 2027 โดยผู้สมัครสมาชิกจะสามารถโต้ตอบกับตัวละครที่เลือกผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์ได้ แม้ไม่ได้อยู่ใกล้หุ่นยนต์ตัวจริง

บริษัทระบุว่าความทรงจำและค่ากำหนดส่วนบุคคลที่เข้ารหัสไว้จะสามารถเชื่อมโยงระหว่างตัวละครในรูปแบบดิจิทัลกับหุ่นยนต์จริงได้ แนวคิดนี้ทำให้ประสบการณ์สนทนาไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อผู้ใช้ยืนอยู่ตรงหน้าตัวเครื่อง

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ Digital Twin ยังเป็นแผนที่บริษัทระบุว่าจะพัฒนาต่อในปี 2027 จึงควรแยกจากความสามารถของผลิตภัณฑ์ที่เปิดเผยในปัจจุบัน

ความเป็นส่วนตัวและค่าสมาชิกเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา
เมื่อหุ่นยนต์สามารถสนทนา จดจำใบหน้า และเก็บข้อมูลการโต้ตอบได้ การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญ

Realbotix ระบุว่าประวัติการสนทนา ความทรงจำที่บันทึกไว้ และข้อมูลการจดจำใบหน้าจะถูกเก็บไว้บนตัวหุ่นยนต์หรืออุปกรณ์ที่จับคู่กัน บริษัทกล่าวว่าไม่ได้รับหรือทบทวนข้อมูลเหล่านั้นโดยตรง และไม่ใช้ข้อมูลที่เก็บไว้ในอุปกรณ์เพื่อโฆษณา การวิเคราะห์ หรือฝึกโมเดล AI

อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้เปิดฟีเจอร์ที่อาศัยบริการ AI เสียง หรืออวตารจากระบบคลาวด์ ข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการอาจถูกส่งไปยังผู้ให้บริการภายนอกได้ ดังนั้น ผู้ซื้อควรศึกษานโยบายข้อมูลของทั้ง Realbotix และผู้ให้บริการที่เชื่อมต่อก่อนใช้งานจริง

อีกประเด็นคือค่าใช้จ่ายระยะยาว เนื่องจาก Echo ต้องใช้บริการ Robot Configuration App แบบสมัครสมาชิก โดยแผนเริ่มต้นอยู่ที่ 19.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ค่าใช้จ่ายนี้จึงต้องนำมาคำนวณรวมกับราคาซื้อเครื่องด้วย สำหรับองค์กรที่สั่งซื้ออย่างน้อย 10 เครื่อง สามารถติดต่อบริษัทเพื่อสอบถามราคาสำหรับการสั่งซื้อจำนวนมากได้

หุ่นยนต์เพื่อนคู่สนทนากำลังก้าวไปไกลกว่ารูปลักษณ์
Echo สะท้อนแนวทางการพัฒนาหุ่นยนต์ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การสื่อสารระหว่างคนกับเครื่องจักร ไม่ว่าจะเป็นผิวสังเคราะห์ที่ดูคล้ายมนุษย์ การแสดงสีหน้า การเคลื่อนไหวของลำตัวส่วนบน และการสนทนาผ่าน AI หลายภาษา

แต่ผลิตภัณฑ์นี้ยังไม่ใช่หุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเหมือนมนุษย์ และการนำไปใช้งานจริงยังต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของฮาร์ดแวร์ ความสามารถของซอฟต์แวร์ ความเป็นส่วนตัว และต้นทุนการใช้งานต่อเนื่อง

Echo จึงเป็นอีกตัวอย่างของการนำ AI มาผสานเข้ากับร่างกายหุ่นยนต์เพื่อสร้างประสบการณ์การโต้ตอบที่ใกล้ชิดขึ้น โดยสิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือการส่งมอบในปี 2027 และความสามารถของผลิตภัณฑ์เมื่อใช้งานจริงนอกเหนือจากการสาธิต

ที่มา: Interesting Engineering รายงานโดย Aamir Khollam เผยแพร่วันที่ 26 ตุลาคม 2026

บทความที่เกี่ยวข้อง
บ้านไฮดรอลิก "มุดลงใต้ดิน" ได้ใน 15 นาที เพื่อหนีไฟป่าและพายุทอร์นาโด
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าบ้านทั้งหลังสามารถ "หายตัว" ลงไปใต้ดินได้ในเวลาเพียง 15 นาที? บริษัทสหรัฐฯ แห่งหนึ่งกำลังพัฒนาบ้านไฮดรอลิกที่สามารถมุดลงสู่ห้องนิรภัยใต้ดินอัตโนมัติ เพื่อปกป้องตัวบ้านจากไฟป่าและพายุทอร์นาโด แนวคิดที่ดูเหมือนหลุดมาจากหนังไซไฟ กำลังถูกพัฒนาเป็นบ้านจริงในรัฐแคลิฟอร์เนีย
13 ก.ค. 2026
บริการทำความสะอาดบ้านฟรี แต่แลกกับการให้ AI เรียนรู้ทุกมุมในบ้านของคุณ
จะยอมไหม... ถ้ามีคนเสนอทำความสะอาดบ้านให้ฟรี แต่แลกกับการบันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในบ้านของคุณ? สตาร์ทอัพด้าน AI จากเยอรมนีกำลังทดลองโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ โดยใช้ข้อมูลจากการทำงานบ้านจริงเพื่อฝึกหุ่นยนต์ในอนาคต และกำลังจุดคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึง
1 ก.ค. 2026
ผู้เชี่ยวชาญคาด วงการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจถึง "ChatGPT Moment" ภายในปี 2028
วงการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจกำลังเข้าใกล้ "ChatGPT Moment" ภายในปี 2028 หลังผู้เชี่ยวชาญมองว่า AI Foundation Model จะทำให้หุ่นยนต์เรียนรู้งานใหม่ได้เองมากขึ้น ขณะที่จีนเร่งเพิ่มกำลังผลิตและเตรียมวางมาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการใช้งานในวงกว้าง
30 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy