ความเชื่อมั่นผู้บริโภคไต้หวันลดลง ความตั้งใจซื้อสินค้าคงทนต่ำสุดในรอบ 17 ปี

แม้ไต้หวันจะมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตสูงในปี 2026 แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับส่งสัญญาณระมัดระวังมากขึ้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไต้หวัน (Consumer Confidence Index: CCI) ลดลงในเดือนตุลาคม ขณะที่ความตั้งใจซื้อสินค้าคงทนในช่วง 6 เดือนข้างหน้าลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี สะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจและความรู้สึกของประชาชนต่อสถานการณ์การเงินอาจไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป
รายงานของ Focus Taiwan ซึ่งอ้างข้อมูลจาก National Central University (NCU) ระบุว่า ดัชนี CCI เดือนตุลาคมอยู่ที่ 66.27 จุด ลดลง 2.5 จุดจากเดือนก่อนหน้า ผลสำรวจดำเนินการระหว่างวันที่ 18–21 ตุลาคม โดย Research Center for Taiwan Economic Development ของมหาวิทยาลัย NCU
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไต้หวันลดลงเหลือ 66.27 จุด
ดัชนี CCI ใช้วัดความรู้สึกและความคาดหวังของผู้บริโภคในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ ราคาสินค้าและบริการ ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ ตลาดหุ้น ความตั้งใจซื้อสินค้าคงทน โอกาสด้านการจ้างงาน และสถานะทางการเงินของครัวเรือน
การลดลงของดัชนีในเดือนตุลาคมแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคมีความระมัดระวังมากขึ้นเมื่อประเมินสถานการณ์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ดัชนีนี้เป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นและความคาดหวัง ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันว่าการบริโภคหรือการใช้จ่ายจริงลดลงในสัดส่วนเดียวกัน
เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบ พบว่าความตั้งใจซื้อสินค้าคงทนเป็นด้านที่ลดลงมากที่สุด ขณะที่ดัชนีด้านโอกาสการจ้างงาน ราคาสินค้า และตลาดหุ้นกลับปรับเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นในแต่ละด้านมีความแตกต่างกัน
ความตั้งใจซื้อสินค้าคงทนต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009
องค์ประกอบด้านความตั้งใจซื้อสินค้าคงทนในช่วง 6 เดือนข้างหน้าลดลง 10.81 จุด มาอยู่ที่ 82.97 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2009 ที่เคยอยู่ที่ 82.65 จุด
สินค้าคงทนโดยทั่วไปหมายถึงสินค้าที่ใช้งานได้นาน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ตัวชี้วัดนี้จึงช่วยสะท้อนมุมมองของประชาชนต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป
Dachrahn Wu ผู้อำนวยการ Research Center for Taiwan Economic Development ของ NCU อธิบายว่า ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นจากตลาด AI ส่งผลต่อความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในสินค้าคงทน และก่อให้เกิดแรงกดดันด้านราคาในห่วงโซ่อุปทาน
ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการขยายตัวของตลาด AI กับต้นทุนของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้บริโภคซื้อใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุว่าราคาอุปกรณ์ทุกประเภทเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน หรือว่าความต้องการซื้อสินค้าคงทนลดลงทั้งหมดเกิดจาก AI เพียงปัจจัยเดียว
ความกังวลต่อเศรษฐกิจและการเงินครัวเรือนเพิ่มขึ้น
นอกจากความตั้งใจซื้อสินค้าคงทนแล้ว ดัชนีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศลดลง 4.33 จุด มาอยู่ที่ 82.69 จุด ส่วนดัชนีด้านสถานะทางการเงินของครัวเรือนลดลง 1.76 จุด มาอยู่ที่ 80.88 จุด
ตัวเลขทั้งสองด้านสะท้อนว่าผู้ตอบแบบสำรวจมีความระมัดระวังมากขึ้นเมื่อต้องประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและฐานะทางการเงินของครอบครัวในช่วงครึ่งปีข้างหน้า
Wu ระบุว่า แม้ Directorate General of Budget, Accounting and Statistics (DGBAS) จะคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไต้หวันจะเติบโต 11.05% ในปี 2026 แต่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อและความเชื่อมั่นที่เปราะบางในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากระมัดระวัง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ตัวเลขการเติบโตของ GDP เป็นการวัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสะท้อนการรับรู้และความคาดหวังของประชาชน ทั้งสองตัวชี้วัดจึงสามารถเคลื่อนไหวสวนทางกันได้โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่าตัวใดตัวหนึ่งผิดพลาด
ดัชนีการซื้อบ้านลดลง แม้ยังอยู่เหนือ 90 จุด
ความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตาม โดยดัชนีการซื้อบ้านที่จัดทำโดย NCU ร่วมกับ Taiwan Realty ลดลง 8.2 จุดจากเดือนก่อนหน้าในเดือนตุลาคม มาอยู่ที่ 90.64 จุด
แม้ดัชนีจะยังอยู่เหนือระดับ 90 จุด แต่การลดลงรายเดือนแสดงให้เห็นว่าความรู้สึกของผู้บริโภคต่อการซื้อบ้านอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
รายงานยังระบุว่า แม้ธนาคารกลางไต้หวันจะผ่อนคลายมาตรการควบคุมสินเชื่อบางส่วนเพิ่มเติมในช่วงกลางเดือนกันยายน แต่ความเชื่อมั่นในตลาดที่อยู่อาศัยยังคงเปราะบาง
ข้อมูลนี้ไม่ได้ยืนยันว่าราคาบ้านลดลง หรือว่าจำนวนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงในอัตราเดียวกัน แต่สะท้อนมุมมองของผู้บริโภคต่อการตัดสินใจซื้อบ้านในอนาคต
มีสัญญาณบวกด้านการจ้างงานและตลาดหุ้น
แม้ดัชนี CCI โดยรวมจะลดลง แต่ไม่ใช่องค์ประกอบทั้งหมดที่อ่อนตัวลง ดัชนีด้านโอกาสการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.0 จุด มาอยู่ที่ 77.7 จุด ขณะที่ดัชนีด้านราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 0.49 จุด มาอยู่ที่ 37.53 จุด และดัชนีตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น 0.44 จุด มาอยู่ที่ 35.86 จุด
ในบรรดาสัญญาณเชิงบวกเหล่านี้ Wu ระบุว่าอุตสาหกรรมดั้งเดิมบางกลุ่ม เช่น เครื่องจักรและโลหะพื้นฐาน เริ่มแสดงสัญญาณปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการจ้างงานขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดในรอบสองปี
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวชี้ว่าภาพเศรษฐกิจไต้หวันมีทั้งปัจจัยสนับสนุนและแรงกดดันในเวลาเดียวกัน แม้ตลาด AI จะสร้างความต้องการสินค้าและชิ้นส่วนเทคโนโลยี แต่ต้นทุนและแรงกดดันด้านราคาก็อาจส่งผลต่อความรู้สึกของผู้บริโภคได้เช่นกัน
จับตาความเสี่ยงจาก AI และนโยบายภาษีการค้า
Wu เตือนให้ผู้บริโภคติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนา AI ทั่วโลก รวมถึงนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวัน
สำหรับเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการผลิตและส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างไต้หวัน การเปลี่ยนแปลงของความต้องการสินค้าเทคโนโลยี ต้นทุนชิ้นส่วน และเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศเป็นปัจจัยที่ควรติดตามอย่างต่อเนื่อง
ผลสำรวจเดือนตุลาคมรวบรวมคำตอบที่ใช้ได้จำนวน 3,162 ราย จากผู้บริโภคในไต้หวันที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยมีระดับความเชื่อมั่น 95% และค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบ 2.0 จุดเปอร์เซ็นต์ตามที่รายงานระบุ
ประเด็นสำคัญคือ แม้เศรษฐกิจไต้หวันมีแนวโน้มเติบโตสูง แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะความตั้งใจซื้อสินค้าคงทนและมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่แนวโน้มการจ้างงานและบางอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณบวก ข้อมูลชุดนี้จึงสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนและควรพิจารณาจากหลายตัวชี้วัดร่วมกัน
ที่มา: Focus Taiwan (CNA) รายงานโดย Pan Tzu-yu และ Frances Huang
เผยแพร่วันที่ 27 ตุลาคม 2026


