หุ้นเอเชียปรับขึ้นหลังแรงขายหุ้นเทคโนโลยี ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ ปิดลบ
อัพเดทล่าสุด: 17 ต.ค. 2026
26 ผู้เข้าชม

หุ้นเอเชียฟื้น หุ้นชิปนำตลาด แต่ความกังวลลงทุน AI ยังกดดัน Nasdaq
ตลาดหุ้นเอเชียและยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2026 หลังเผชิญแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นทั่วตลาด โดยหุ้นสหรัฐฯ กลับมาปรับตัวลงอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความเสี่ยงทางการเงินของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
หุ้นชิปช่วยพยุงตลาดเอเชีย
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปิดบวก 1.4% ที่ 65,324.29 จุด ขณะที่ Kospi ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 2.1% มาอยู่ที่ 5,668.05 จุด โดยหุ้นผู้ผลิตชิปอย่าง SK hynix และ Kioxia เป็นแรงหนุนสำคัญ หลังหุ้นเทคโนโลยีถูกเทขายอย่างหนักในวันก่อนหน้า
ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงเพิ่มขึ้น 0.5% ส่วน Shanghai Composite ของจีนบวก 0.2% การฟื้นตัวเกิดขึ้นหลังนักลงทุนเริ่มกลับมาประเมินหุ้นเทคโนโลยีอีกครั้ง แต่ยังไม่ได้หมายความว่าความกังวลในตลาดหมดไปแล้ว
ความกังวลหนี้ CoreWeave กดดันหุ้น AI
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนระมัดระวังคือสถานะทางการเงินของ CoreWeave บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อรองรับการลงทุนในชิปประมวลผลราคาแพง ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความกังวลของตลาดเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านหนี้สิน
Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ออกมาแสดงความเชื่อมั่นต่อสถานะทางการเงินของ CoreWeave ซึ่งช่วยพยุงความรู้สึกของนักลงทุนได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม หุ้น CoreWeave และ Nebius ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจคลาวด์สำหรับ AI หรือ neocloud ต่างปรับตัวลงราว 12% ในการซื้อขายวันศุกร์ตามรายงานของ RTL
Nasdaq ร่วง แม้ตลาดยุโรปยังบวก
เมื่อการซื้อขายในสหรัฐฯ ดำเนินไป แรงกดดันต่อหุ้น AI กลับชัดเจนขึ้น ดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 2.1% ที่ 26,140.03 จุด ส่วน S&P 500 ลดลง 1.1% และ Dow Jones ลดลง 0.3% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก โดย DAX ของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 1.0% CAC 40 ของฝรั่งเศสบวก 0.3% และ FTSE 100 ของอังกฤษเพิ่มขึ้น 0.4%
ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดจับตา โดยน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 3.7% อยู่ที่ 109.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ West Texas Intermediate เพิ่มขึ้น 3.5% อยู่ที่ 101.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
Warsh มอง AI มีประโยชน์ระยะยาว แต่เส้นทางยังผันผวน
Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวในการประชุม IMF และธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ ว่า AI เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงชีวิตของเขา พร้อมมองว่าการลงทุนในเทคโนโลยีนี้อาจผลักดันราคาให้สูงขึ้นในระยะสั้น แต่มีโอกาสสร้างประโยชน์อย่างมากต่อเศรษฐกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม Warsh เตือนว่าเส้นทางไปสู่ผลประโยชน์ดังกล่าวอาจเต็มไปด้วยความผันผวน เพราะยังมีความไม่แน่นอนทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างตลาด ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงลงมากกว่า 11% หลัง MSCI แสดงความกังวลเรื่องความโปร่งใสของตลาดและระบุว่าสถานะตลาดเกิดใหม่ของอินโดนีเซียอาจไม่เหมาะสมอีกต่อไป ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เงินลงทุนต่างชาติจะไหลออก
ภาพรวมจึงแสดงให้เห็นว่า แม้หุ้นเอเชียบางส่วนจะฟื้นตัว แต่ความเชื่อมั่นต่อธุรกิจ AI ยังเปราะบาง โดยเฉพาะเมื่อความคาดหวังด้านการเติบโตต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากต้นทุนเงินทุนและภาระหนี้สิน
ที่มา: RTL Today / AFP, 16–17 October 2026.
ตลาดหุ้นเอเชียและยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2026 หลังเผชิญแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นทั่วตลาด โดยหุ้นสหรัฐฯ กลับมาปรับตัวลงอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความเสี่ยงทางการเงินของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
หุ้นชิปช่วยพยุงตลาดเอเชีย
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปิดบวก 1.4% ที่ 65,324.29 จุด ขณะที่ Kospi ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 2.1% มาอยู่ที่ 5,668.05 จุด โดยหุ้นผู้ผลิตชิปอย่าง SK hynix และ Kioxia เป็นแรงหนุนสำคัญ หลังหุ้นเทคโนโลยีถูกเทขายอย่างหนักในวันก่อนหน้า
ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงเพิ่มขึ้น 0.5% ส่วน Shanghai Composite ของจีนบวก 0.2% การฟื้นตัวเกิดขึ้นหลังนักลงทุนเริ่มกลับมาประเมินหุ้นเทคโนโลยีอีกครั้ง แต่ยังไม่ได้หมายความว่าความกังวลในตลาดหมดไปแล้ว
ความกังวลหนี้ CoreWeave กดดันหุ้น AI
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนระมัดระวังคือสถานะทางการเงินของ CoreWeave บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อรองรับการลงทุนในชิปประมวลผลราคาแพง ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความกังวลของตลาดเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านหนี้สิน
Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ออกมาแสดงความเชื่อมั่นต่อสถานะทางการเงินของ CoreWeave ซึ่งช่วยพยุงความรู้สึกของนักลงทุนได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม หุ้น CoreWeave และ Nebius ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจคลาวด์สำหรับ AI หรือ neocloud ต่างปรับตัวลงราว 12% ในการซื้อขายวันศุกร์ตามรายงานของ RTL
Nasdaq ร่วง แม้ตลาดยุโรปยังบวก
เมื่อการซื้อขายในสหรัฐฯ ดำเนินไป แรงกดดันต่อหุ้น AI กลับชัดเจนขึ้น ดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 2.1% ที่ 26,140.03 จุด ส่วน S&P 500 ลดลง 1.1% และ Dow Jones ลดลง 0.3% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก โดย DAX ของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 1.0% CAC 40 ของฝรั่งเศสบวก 0.3% และ FTSE 100 ของอังกฤษเพิ่มขึ้น 0.4%
ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดจับตา โดยน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 3.7% อยู่ที่ 109.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ West Texas Intermediate เพิ่มขึ้น 3.5% อยู่ที่ 101.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
Warsh มอง AI มีประโยชน์ระยะยาว แต่เส้นทางยังผันผวน
Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวในการประชุม IMF และธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ ว่า AI เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงชีวิตของเขา พร้อมมองว่าการลงทุนในเทคโนโลยีนี้อาจผลักดันราคาให้สูงขึ้นในระยะสั้น แต่มีโอกาสสร้างประโยชน์อย่างมากต่อเศรษฐกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม Warsh เตือนว่าเส้นทางไปสู่ผลประโยชน์ดังกล่าวอาจเต็มไปด้วยความผันผวน เพราะยังมีความไม่แน่นอนทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างตลาด ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงลงมากกว่า 11% หลัง MSCI แสดงความกังวลเรื่องความโปร่งใสของตลาดและระบุว่าสถานะตลาดเกิดใหม่ของอินโดนีเซียอาจไม่เหมาะสมอีกต่อไป ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เงินลงทุนต่างชาติจะไหลออก
ภาพรวมจึงแสดงให้เห็นว่า แม้หุ้นเอเชียบางส่วนจะฟื้นตัว แต่ความเชื่อมั่นต่อธุรกิจ AI ยังเปราะบาง โดยเฉพาะเมื่อความคาดหวังด้านการเติบโตต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากต้นทุนเงินทุนและภาระหนี้สิน
ที่มา: RTL Today / AFP, 16–17 October 2026.
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตลาดการเงินเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2026 หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า รัสเซียและยูเครนตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบลดลงมากกว่า 1% อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังไม่ได้ยืนยันข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่ความตึงเครียดจากการโจมตีในซาอุดีอาระเบียยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อราคาพลังงานและตลาดโลก
13 ต.ค. 2026
ญี่ปุ่นขึ้น ภาษีขาออกจาก 1,000 เป็น 3,000 เยนต่อคน เพื่อเพิ่มงบรับมือปัญหาการท่องเที่ยวและรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เงินบางส่วนกลับถูกจัดสรรไปยัง มาตรการรับมือหมี กำจัดศัตรูพืชที่ทำลายต้นซากุระ และโครงการด้านวัฒนธรรม จนเกิดคำถามว่า ขอบเขตของการใช้ “ภาษีเพื่อการท่องเที่ยว” ควรกว้างได้แค่ไหน
24 ส.ค. 2026
นักลงทุนทั่วโลกจับตาสัปดาห์สำคัญของตลาดการเงิน เมื่อ Microsoft, Amazon และ Alphabet เตรียมรายงานผลประกอบการ ท่ามกลางคำถามว่าการลงทุน AI มหาศาลจะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่นเตรียมตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย ส่วนตลาดบราซิลเผชิญแรงเทขายหลังผลเลือกตั้งประธานาธิบดี
27 ต.ค. 2026


