ตลาดหุ้นทั่วโลกขยับขึ้น ราคาน้ำมันร่วง หลังทรัมป์ประกาศ “หยุดโจมตีด้านพลังงาน”

ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ หลังราคาน้ำมันดิบปรับลดลง בעקבותการประกาศของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า รัสเซียและยูเครนตกลงหยุดโจมตีเป้าหมายด้านพลังงาน โดยระบุว่าข้อตกลงมีผลทันที
ทรัมป์ประกาศเรื่องดังกล่าวผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ หลังจากก่อนหน้านี้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนยุติการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม การประกาศดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้กับฝ่ายยูเครน เซเลนสกีกล่าวว่าเขากำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมระบุว่ายูเครนสนับสนุนการหยุดยิง แต่รัสเซียต้องสนับสนุนและปฏิบัติตามข้อตกลงด้วยเช่นกัน ขณะที่รัสเซียยังไม่ได้ยืนยันว่าตกลงตามข้อเสนอนี้
น้ำมันลดลงมากกว่า 1% แต่ยังมีความเสี่ยงจากตะวันออกกลาง
หลังการประกาศของทรัมป์ ราคาน้ำมันดิบสัญญาหลักทั้งสองประเภทลดลงมากกว่า 1% โดยข้อมูลตลาด ณ เวลาประมาณ 02.20 น. GMT ระบุว่า
- น้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.5% อยู่ที่ 90.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- น้ำมันดิบ Brent ลดลง 1.2% อยู่ที่ 103.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยชดเชยแรงกดดันจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นในช่วงแรก
รายงานระบุว่า การโจมตีสนามบินนานาชาติในกรุงริยาดเมื่อวันเสาร์ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน และมีผู้เสียชีวิตอีกหนึ่งคนจากการโจมตีครั้งที่สองในวันอาทิตย์ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในสงครามเยเมน โดยกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยังประกาศว่าจะโจมตีศูนย์กลางการเดินทางของซาอุดีอาระเบียต่อไป
แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลง แต่ตลาดยังต้องจับตาความเสี่ยงด้านอุปทาน การขนส่งทางทะเล และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งอาจทำให้ราคากลับมาผันผวนได้อีก
ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่บวก แต่หุ้นเทคโนโลยียังเผชิญแรงขาย
ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยหนุนตลาดหุ้นหลายแห่งในเอเชีย โดยดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงเพิ่มขึ้น 0.5% อยู่ที่ 24,337.63 จุด ส่วนดัชนี Shanghai Composite ของจีนเพิ่มขึ้น 0.1% อยู่ที่ 3,817.03 จุด
ตลาดในซิดนีย์ สิงคโปร์ เวลลิงตัน และมะนิลาก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน ขณะที่ตลาดโซลและไทเปถูกกดดันจากการปรับลดลงของหุ้นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ได้แก่ SK hynix, Samsung และ TSMC ส่วนตลาดโตเกียวปิดทำการเนื่องจากเป็นวันหยุด
ในสหรัฐฯ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่ดัชนี Dow Jones ปิดตลาดก่อนหน้านั้นเพิ่มขึ้น 0.8% อยู่ที่ 51,654.95 จุด ส่วนดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษเพิ่มขึ้น 1.1% อยู่ที่ 10,552.05 จุด
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของตลาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว นักลงทุนยังประเมินความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ในช่วงที่กำลังเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาสใหม่
นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประกอบการธนาคาร
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้คือการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อและยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ซึ่งอาจมีผลต่อการพิจารณานโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Federal Reserve ที่มีกำหนดประชุมในช่วงปลายเดือนตุลาคม
ขณะเดียวกัน ฤดูกาลประกาศผลประกอบการกำลังเริ่มต้นขึ้น โดยธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น JPMorgan, Goldman Sachs และ Bank of America เตรียมรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะทยอยประกาศผลประกอบการในช่วงปลายเดือนตุลาคมต่อเนื่องถึงเดือนพฤศจิกายน นักลงทุนจึงจับตาแนวโน้มธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นพิเศษ หลังบริษัทต่าง ๆ ทุ่มเงินลงทุนจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ความหวังเรื่องหยุดยิงยังไม่ใช่ข้อยุติของความเสี่ยง
การลดลงของราคาน้ำมันช่วยสร้างแรงหนุนให้ตลาดหุ้นในช่วงต้นสัปดาห์ แต่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากรัสเซียยังไม่ได้ยืนยันข้อตกลงหยุดโจมตีด้านพลังงาน และการโจมตีในตะวันออกกลางยังสร้างความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมัน
สิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามต่อไปจึงมีทั้งความคืบหน้าของข้อตกลงระหว่างรัสเซียกับยูเครน สถานการณ์การขนส่งพลังงานในตะวันออกกลาง ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
กล่าวโดยสรุป ตลาดกำลังตอบรับความหวังว่าความเสี่ยงด้านพลังงานอาจลดลง แต่การปรับขึ้นของหุ้นและการลดลงของราคาน้ำมันในครั้งนี้ยังไม่ใช่หลักฐานว่าความขัดแย้งได้คลี่คลายลงแล้ว
ที่มา - RTL Today / AFP


