ชาวอิสราเอลทั่วโลกยอมจ่ายหลักหมื่นบินกลับประเทศ ใช้สิทธิเลือกตั้งชี้อนาคตเนทันยาฮูและประชาธิปไตย

เลือกตั้งครั้งชี้ชะตาอิสราเอล ชาวต่างแดนยอมจ่ายแพงบินกลับบ้าน หวังกำหนดอนาคตประเทศ
สำหรับชาวอิสราเอลที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการลงคะแนนเลือกผู้แทน แต่ยังเป็นโอกาสที่จะส่งเสียงเกี่ยวกับอนาคตของประเทศ ท่ามกลางสงคราม ความแตกแยกทางการเมือง และข้อถกเถียงเรื่องทิศทางประชาธิปไตย
ลิราน นาอามาน ผู้จัดการโครงการที่อาศัยอยู่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ มานาน 11 ปี ใช้เงิน 800 ยูโร หรือเกือบ 900 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเดินทางกลับอิสราเอลสำหรับการเลือกตั้งวันที่ 27 ตุลาคม 2026 เขากลับไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งเกือบทุกครั้ง ยกเว้นช่วงการระบาดของโควิด-19 และมองว่าครั้งนี้การมีส่วนร่วมของเขาสำคัญกว่าที่ผ่านมา
นาอามานกล่าวกับ AFP ว่า การดำเนินนโยบายของรัฐบาลส่งผลกระทบต่อตัวเขาและชาวอิสราเอลที่อาศัยอยู่ต่างประเทศด้วย
การเลือกตั้งที่ถูกมองว่าเป็นการลงประชามติต่อเนทันยาฮู
การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างกว้างขวางว่าเป็นการตัดสินผลงานของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และรัฐบาลฝ่ายขวาจัด หลังอิสราเอลเผชิญสงครามในฉนวนกาซา อิหร่าน และเลบานอนมาเกือบสามปี ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นบ่งชี้ว่าการแข่งขันยังสูสี
อีกประเด็นที่ทำให้การเลือกตั้งมีความสำคัญ คือชาวอิสราเอลที่ไม่พอใจกับทิศทางการบริหารประเทศในช่วงที่ผ่านมาเดินทางออกไปใช้ชีวิตในต่างแดนจำนวนมาก การกลับมาของผู้มีสิทธิเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ฝ่ายการเมืองกำลังจับตา
ตามข้อมูลจาก Aid Coalition องค์กรไม่แสวงหากำไรในสหรัฐฯ ที่สนับสนุนประชาธิปไตยในอิสราเอล คาดว่าจะมีชาวอิสราเอลมากกว่า 50,000 คนเดินทางกลับประเทศเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม การเดินทางกลับบ้านไม่ได้หมายความว่าผู้มีสิทธิทุกคนจะลงคะแนนให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่สะท้อนว่าพวกเขายังต้องการมีส่วนร่วมกับอนาคตของประเทศ แม้จะสร้างชีวิตอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิดก็ตาม
ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นคำถามเกี่ยวกับศาสนาและประชาธิปไตย
ซิลวี ลิดจี ผู้ถือสองสัญชาติฝรั่งเศสและอิสราเอล ซึ่งอาศัยอยู่ในปารีส ตัดสินใจกลับไปเลือกตั้งอีกครั้ง แม้ครั้งสุดท้ายที่เธอใช้สิทธิในอิสราเอลจะย้อนกลับไปถึงปี 1973
เธอมองว่าอิสราเอลกำลังอยู่บนทางแยกระหว่างแนวคิดสองแบบ คือประเทศที่ใช้หลักศาสนาเป็นรากฐานของรัฐ กับประเทศที่ยึดถือประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม
สำหรับเธอ การเลือกตั้งครั้งนี้เกี่ยวข้องกับค่านิยมและทิศทางที่ประเทศจะเลือกเดินต่อไป
ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับรัฐยังเป็นเหตุผลสำคัญของทามี จินิเกอร์ ที่ปรึกษาธุรกิจสตาร์ตอัป ซึ่งจะเดินทางจากกรุงเทพฯ กลับไปลงคะแนน เธอเห็นว่าช่วงเวลานี้มีความสำคัญต่อการกำหนดว่าอัตลักษณ์ของอิสราเอลและศาสนายูดายจะอยู่ร่วมกันอย่างไร
เธอย้ำว่า การที่อิสราเอลเป็นรัฐของชาวยิวไม่ได้หมายความว่าประเทศจำเป็นต้องดำเนินไปในทิศทางสุดโต่ง
จินิเกอร์ยังมองว่าการเลือกตั้งจะมีผลต่อภาพลักษณ์ของชาวยิวและชาวอิสราเอลในสายตานานาชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่มีความกังวลเกี่ยวกับกระแสต่อต้านชาวยิวเพิ่มขึ้น
โครงการ Fly & Vote ช่วยให้ชาวอิสราเอลกลับไปลงคะแนน
เพื่อช่วยลดอุปสรรคในการเดินทาง Aid Coalition เปิดโครงการที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองชื่อ Fly & Vote ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้ง เอกสารยืนยันตัวตน และทางเลือกในการเดินทางกลับประเทศ
โครงการยังช่วยจัดหาที่นั่งบนเที่ยวบินพาณิชย์และนำมาจัดสรรต่อ รวมถึงเคยจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำในบางกรณี เพื่อช่วยให้ผู้มีสิทธิที่อยู่ต่างประเทศเดินทางกลับไปเลือกตั้งได้
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองด้วย เมื่อพรรคลิคุดของเนทันยาฮูยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางของอิสราเอลเมื่อต้นเดือนกันยายน โดยกล่าวหาว่าโครงการเข้าข่ายการติดสินบนในการเลือกตั้ง
โจนาธาน บาร์ซาเด ประธาน Aid Coalition ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าไม่มีมูลและองค์กรไม่ได้ให้แรงจูงใจทางการเงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ตามรายงานของ AFP ข้อตกลงที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ก่อนหน้ากำหนดให้องค์กรหยุดจำหน่ายเที่ยวบินเพิ่มเติมภายใต้โครงการ แต่ตั๋วที่ซื้อไปแล้วก่อนหน้านั้นยังคงใช้ได้
กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ความพยายามช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิเลือกตั้งจะมีเป้าหมายสนับสนุนการมีส่วนร่วม แต่การดำเนินงานก็ยังต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและการตรวจสอบตามกฎหมายเลือกตั้ง
อยู่ต่างประเทศ แต่ยังรู้สึกผูกพันกับอนาคตอิสราเอล
นาอามานกล่าวว่า การได้กลับไปอยู่ในอิสราเอลช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ของประเทศต่างจากการติดตามข่าวจากต่างแดน เขายังเล่าถึงความแตกต่างระหว่างมุมมองของครอบครัวและเพื่อนที่ไปเยี่ยมเขาในอัมสเตอร์ดัม กับประสบการณ์ของเขาเองที่ต้องติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในอิสราเอลจากระยะไกล
แม้บางคนในครอบครัวจะวิจารณ์ที่เขาอาศัยอยู่ต่างประเทศในช่วงสงคราม แต่กลับเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เขาก็ยังเชื่อว่าการมีส่วนร่วมครั้งนี้มีความหมาย
ด้านอาเรียลลา แฮงเกอร์ นักวิทยาศาสตร์วิจัยมะเร็งวัย 44 ปี ซึ่งทำงานอยู่ในเมืองดัลลัส สหรัฐฯ เติบโตในอเมริกา แต่เกิดในอิสราเอลและยังมีความผูกพันกับประเทศ หลังเนทันยาฮูกลับมามีอำนาจในปี 2022 และรัฐบาลพยายามผลักดันการปรับโครงสร้างระบบตุลาการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เธอจึงตัดสินใจว่าจะเดินทางกลับมาเลือกตั้งครั้งถัดไป
แม้เธอไม่แน่ใจว่าคะแนนเสียงของตัวเองจะเปลี่ยนผลลัพธ์ได้หรือไม่ แต่เธอมองว่าการลงคะแนนเป็นสิ่งที่ตัวเองควรทำ เพื่อไม่ให้ต้องรู้สึกว่าไม่ได้พยายามมีส่วนร่วมกับอนาคตของประเทศ
บทสรุป: คะแนนเสียงจากต่างแดนกับอนาคตของประเทศ
การเดินทางกลับอิสราเอลของประชาชนจากหลายประเทศสะท้อนว่า ระยะทางไม่ได้ทำให้ความผูกพันทางการเมืองและสังคมหายไป สำหรับบางคน การเลือกตั้งคือโอกาสแสดงจุดยืนต่อรัฐบาล สำหรับบางคนคือการปกป้องค่านิยมประชาธิปไตย และสำหรับอีกหลายคนคือความรับผิดชอบต่อบ้านเกิด
แม้ยังไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าคะแนนเสียงของผู้เดินทางกลับจะเปลี่ยนผลการเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด แต่การที่ผู้คนยอมเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเพื่อกลับไปลงคะแนน แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งวันที่ 27 ตุลาคม 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันทางการเมืองตามปกติ หากยังเป็นการถกเถียงครั้งสำคัญเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับรัฐ และทิศทางประชาธิปไตยของอิสราเอลในอนาคต
ที่มา - RTL Today / AFP


