Meta ยอมจ่ายสูงสุด 18,000 ล้านดอลลาร์ ยุติคดีสุขภาพจิตวัยรุ่น พร้อมจำกัดเด็กใช้ Facebook–IG วันละ 2 ชั่วโมง
อัพเดทล่าสุด: 2 ก.ย. 2026
44 ผู้เข้าชม

Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram ตกลงจ่ายเงินสูงสุด 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติคดีสำคัญในสหรัฐฯ ที่กล่าวหาว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของบริษัทถูกออกแบบให้เด็กและวัยรุ่นใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต
ข้อตกลงไม่ได้มีเพียงเรื่องเงิน แต่ Meta ยังตกลงเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้อายุน้อย เช่น จำกัดเวลาใช้งาน ปิดการแจ้งเตือนระหว่างเวลาเรียน เพิ่มการตรวจสอบอายุ และลดฟีเจอร์ที่กระตุ้นการเปรียบเทียบทางสังคมอย่างจำนวน Like
หากศาลอนุมัติ ข้อตกลงนี้จะยุติข้อเรียกร้องจาก 48 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และดินแดนบางส่วนของสหรัฐฯ แต่ Meta ยังต้องเผชิญคดีจากบุคคลและเขตการศึกษาต่าง ๆ ต่อไป
จากข้อกล่าวหาเรื่อง “ฟีเจอร์ที่ทำให้เด็กติดแพลตฟอร์ม” สู่ข้อตกลงครั้งใหญ่
คดีนี้มีที่มาจากการสอบสวนร่วมกันของอัยการสูงสุดจากหลายรัฐ และนำไปสู่การฟ้อง Meta ในปี 2023
ฝ่ายผู้ฟ้องกล่าวหาว่า Meta ออกแบบฟีเจอร์บางอย่างเพื่อดึงความสนใจและทำให้เด็กใช้แพลตฟอร์มต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังกล่าวหาว่าบริษัทไม่ได้เปิดเผยผลกระทบเหล่านี้ต่อสาธารณะอย่างเพียงพอ
อีกข้อกล่าวหาคือ Meta เก็บข้อมูลของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีเป็นประจำโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ซึ่งฝ่ายผู้ฟ้องระบุว่าอาจขัดต่อกฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ
การพิจารณาคดีของรัฐแคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เคนทักกี และนิวเจอร์ซีย์ เริ่มขึ้นที่เมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดย Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta เป็นหนึ่งในบุคคลที่คาดว่าจะขึ้นให้การ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงกัน
Meta จะจ่ายเงินตลอด 10 ปี
ภายใต้ข้อตกลง Meta จะจ่ายเงินสูงสุด 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดระยะเวลา 10 ปี
รัฐแคลิฟอร์เนียจะได้รับเงินมากที่สุดอย่างน้อย 1,500 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อีกหลายรัฐจะได้รับเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปี
เงินส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้กับโครงการด้านสุขภาพจิตสำหรับเด็ก เช่น กิจกรรมหลังเลิกเรียน กิจกรรมช่วงปิดเทอม และที่ปรึกษาด้านการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล
เมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจของ Meta เงิน 18,000 ล้านดอลลาร์ยังคิดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายได้บริษัท โดยในปี 2025 Meta มีรายได้ประมาณ 201,000 ล้านดอลลาร์
เด็กและวัยรุ่นจะถูกจำกัดการใช้งานวันละ 2 ชั่วโมง
สิ่งที่อาจเห็นผลกับผู้ใช้งานโดยตรงคือมาตรการใหม่ที่ Meta ตกลงจะนำมาใช้กับ Facebook และ Instagram
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ กำหนดเวลาใช้งานเริ่มต้นสำหรับเด็กและวัยรุ่นไว้ที่วันละ 2 ชั่วโมง หากต้องการปิดข้อจำกัดนี้จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง
Meta จะหยุดส่ง Push Notification ในช่วงเวลาเรียนของวันธรรมดา พร้อมเพิ่มช่วงพักจากการใช้งาน Facebook และ Instagram
นอกจากนี้จะเพิ่มระบบ ตรวจสอบอายุที่เข้มงวดขึ้น และปรับการควบคุมเนื้อหาให้เหมาะสมกับอายุ เพื่อช่วยลดการเข้าถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นแกล้ง ความผิดปกติด้านการกิน และการทำร้ายตัวเอง
ระบบควบคุมสำหรับผู้ปกครองจะถูกปรับให้ใช้งานง่ายและเข้มงวดขึ้นด้วย
จำนวน Like และฟิลเตอร์บางประเภทก็ถูกจำกัด
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับ การเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นบนโซเชียลมีเดีย
Meta ตกลงจำกัดฟีเจอร์ประเภทนี้ รวมถึงการแสดงจำนวน Like สำหรับผู้ใช้อายุน้อย
บริษัทระบุด้วยว่าจะปิดฟิลเตอร์บางประเภท เช่น ฟิลเตอร์ศัลยกรรมความงามและฟิลเตอร์แต่งหน้าที่เปลี่ยนรูปลักษณ์อย่างมาก
มาตรการทั้งหมดไม่ได้ปล่อยให้ Meta ตรวจสอบตัวเองเพียงฝ่ายเดียว แต่จะมี ผู้ตรวจสอบอิสระเข้ามาประเมินว่าบริษัทนำมาตรการไปใช้อย่างไร และมาตรการเหล่านั้นมีประสิทธิภาพเพียงใด
Meta ต้องการให้ TikTok และ YouTube ทำตามด้วย
ข้อตกลงครั้งนี้มีเงื่อนไขที่ไม่ธรรมดา เพราะเงินประมาณ 30% ของข้อตกลง หรือราว 5,300 ล้านดอลลาร์ จะถูกจ่ายให้รัฐก็ต่อเมื่อ TikTok และ YouTube ทำตามเงื่อนไขบางประการ
ทั้งสองแพลตฟอร์มจะต้องนำมาตรการด้านความปลอดภัยที่ใกล้เคียงกันมาใช้ เช่น จำกัดเวลาใช้งานวันละ 1 ชั่วโมง ปิดการใช้งานในช่วงกลางคืน และมีระบบตรวจสอบอายุ รวมถึงจ่ายเงินในจำนวนเท่ากันโดยแบ่งกันระหว่างสองบริษัท
Meta ระบุว่าเงื่อนไขนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้บริษัทอื่นในอุตสาหกรรมปรับมาตรฐานด้านความปลอดภัยตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ณ เวลาที่ AP รายงาน ทั้ง Google เจ้าของ YouTube และ TikTok ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อเงื่อนไขดังกล่าว
ไม่ใช่ทุกฝ่ายที่เห็นว่าข้อตกลงนี้เพียงพอ
แม้องค์กรด้านความปลอดภัยของเด็กและผู้ปกครองบางส่วนมองว่าข้อตกลงนี้เป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญ แต่ยังมีข้อกังวลว่ามาตรการจะเพียงพอหรือไม่
Sacha Haworth ผู้อำนวยการบริหารของ The Tech Oversight Project ระบุว่า การปกป้องเด็กอย่างครอบคลุมจำเป็นต้องมีมาตรการที่ใช้กับ ทุกแพลตฟอร์มและมีผลอย่างถาวร ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยกฎหมายจากสภาคองเกรส
ขณะที่ Arturo Béjar อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของ Meta ซึ่งขึ้นให้การในคดีนี้ มองว่าข้อตกลงถือเป็นก้าวสำคัญ แต่เตือนว่า ไม่ควรถูกตีความว่า Instagram ปลอดภัยสำหรับเด็กแล้ว
Meta บอกว่าต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรม
Meta ระบุว่า บริษัทจะเดินหน้าต่อยอดมาตรการที่มีอยู่เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองดูแลการใช้งานของบุตรหลาน และทำให้วัยรุ่นใช้งานแพลตฟอร์มได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ Instagram ได้เริ่มใช้บัญชีสำหรับวัยรุ่นที่มีข้อจำกัดด้านการส่งข้อความ ความเป็นส่วนตัว และการเข้าถึงเนื้อหามากกว่าบัญชีทั่วไปแล้ว
ข้อตกลงมูลค่าสูงสุด 18,000 ล้านดอลลาร์ครั้งนี้จึงไม่ได้จบเพียงการชดเชยเป็นเงิน แต่ยังผูกกับ การเปลี่ยนแปลงวิธีที่ Facebook และ Instagram ออกแบบประสบการณ์สำหรับเด็กและวัยรุ่น พร้อมระบบตรวจสอบจากบุคคลภายนอก
อย่างไรก็ตาม มาตรการยังต้องผ่านการอนุมัติจากศาล และ Meta ยังคงเผชิญคดีจากบุคคลและเขตการศึกษาต่าง ๆ ในสหรัฐฯ ต่อไป
ที่มา: The Associated Press / The Asahi Shimbun
ข้อตกลงไม่ได้มีเพียงเรื่องเงิน แต่ Meta ยังตกลงเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้อายุน้อย เช่น จำกัดเวลาใช้งาน ปิดการแจ้งเตือนระหว่างเวลาเรียน เพิ่มการตรวจสอบอายุ และลดฟีเจอร์ที่กระตุ้นการเปรียบเทียบทางสังคมอย่างจำนวน Like
หากศาลอนุมัติ ข้อตกลงนี้จะยุติข้อเรียกร้องจาก 48 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และดินแดนบางส่วนของสหรัฐฯ แต่ Meta ยังต้องเผชิญคดีจากบุคคลและเขตการศึกษาต่าง ๆ ต่อไป
จากข้อกล่าวหาเรื่อง “ฟีเจอร์ที่ทำให้เด็กติดแพลตฟอร์ม” สู่ข้อตกลงครั้งใหญ่
คดีนี้มีที่มาจากการสอบสวนร่วมกันของอัยการสูงสุดจากหลายรัฐ และนำไปสู่การฟ้อง Meta ในปี 2023
ฝ่ายผู้ฟ้องกล่าวหาว่า Meta ออกแบบฟีเจอร์บางอย่างเพื่อดึงความสนใจและทำให้เด็กใช้แพลตฟอร์มต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังกล่าวหาว่าบริษัทไม่ได้เปิดเผยผลกระทบเหล่านี้ต่อสาธารณะอย่างเพียงพอ
อีกข้อกล่าวหาคือ Meta เก็บข้อมูลของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีเป็นประจำโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ซึ่งฝ่ายผู้ฟ้องระบุว่าอาจขัดต่อกฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ
การพิจารณาคดีของรัฐแคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เคนทักกี และนิวเจอร์ซีย์ เริ่มขึ้นที่เมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดย Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta เป็นหนึ่งในบุคคลที่คาดว่าจะขึ้นให้การ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงกัน
Meta จะจ่ายเงินตลอด 10 ปี
ภายใต้ข้อตกลง Meta จะจ่ายเงินสูงสุด 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดระยะเวลา 10 ปี
รัฐแคลิฟอร์เนียจะได้รับเงินมากที่สุดอย่างน้อย 1,500 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อีกหลายรัฐจะได้รับเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปี
เงินส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้กับโครงการด้านสุขภาพจิตสำหรับเด็ก เช่น กิจกรรมหลังเลิกเรียน กิจกรรมช่วงปิดเทอม และที่ปรึกษาด้านการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล
เมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจของ Meta เงิน 18,000 ล้านดอลลาร์ยังคิดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายได้บริษัท โดยในปี 2025 Meta มีรายได้ประมาณ 201,000 ล้านดอลลาร์
เด็กและวัยรุ่นจะถูกจำกัดการใช้งานวันละ 2 ชั่วโมง
สิ่งที่อาจเห็นผลกับผู้ใช้งานโดยตรงคือมาตรการใหม่ที่ Meta ตกลงจะนำมาใช้กับ Facebook และ Instagram
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ กำหนดเวลาใช้งานเริ่มต้นสำหรับเด็กและวัยรุ่นไว้ที่วันละ 2 ชั่วโมง หากต้องการปิดข้อจำกัดนี้จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง
Meta จะหยุดส่ง Push Notification ในช่วงเวลาเรียนของวันธรรมดา พร้อมเพิ่มช่วงพักจากการใช้งาน Facebook และ Instagram
นอกจากนี้จะเพิ่มระบบ ตรวจสอบอายุที่เข้มงวดขึ้น และปรับการควบคุมเนื้อหาให้เหมาะสมกับอายุ เพื่อช่วยลดการเข้าถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นแกล้ง ความผิดปกติด้านการกิน และการทำร้ายตัวเอง
ระบบควบคุมสำหรับผู้ปกครองจะถูกปรับให้ใช้งานง่ายและเข้มงวดขึ้นด้วย
จำนวน Like และฟิลเตอร์บางประเภทก็ถูกจำกัด
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับ การเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นบนโซเชียลมีเดีย
Meta ตกลงจำกัดฟีเจอร์ประเภทนี้ รวมถึงการแสดงจำนวน Like สำหรับผู้ใช้อายุน้อย
บริษัทระบุด้วยว่าจะปิดฟิลเตอร์บางประเภท เช่น ฟิลเตอร์ศัลยกรรมความงามและฟิลเตอร์แต่งหน้าที่เปลี่ยนรูปลักษณ์อย่างมาก
มาตรการทั้งหมดไม่ได้ปล่อยให้ Meta ตรวจสอบตัวเองเพียงฝ่ายเดียว แต่จะมี ผู้ตรวจสอบอิสระเข้ามาประเมินว่าบริษัทนำมาตรการไปใช้อย่างไร และมาตรการเหล่านั้นมีประสิทธิภาพเพียงใด
Meta ต้องการให้ TikTok และ YouTube ทำตามด้วย
ข้อตกลงครั้งนี้มีเงื่อนไขที่ไม่ธรรมดา เพราะเงินประมาณ 30% ของข้อตกลง หรือราว 5,300 ล้านดอลลาร์ จะถูกจ่ายให้รัฐก็ต่อเมื่อ TikTok และ YouTube ทำตามเงื่อนไขบางประการ
ทั้งสองแพลตฟอร์มจะต้องนำมาตรการด้านความปลอดภัยที่ใกล้เคียงกันมาใช้ เช่น จำกัดเวลาใช้งานวันละ 1 ชั่วโมง ปิดการใช้งานในช่วงกลางคืน และมีระบบตรวจสอบอายุ รวมถึงจ่ายเงินในจำนวนเท่ากันโดยแบ่งกันระหว่างสองบริษัท
Meta ระบุว่าเงื่อนไขนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้บริษัทอื่นในอุตสาหกรรมปรับมาตรฐานด้านความปลอดภัยตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ณ เวลาที่ AP รายงาน ทั้ง Google เจ้าของ YouTube และ TikTok ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อเงื่อนไขดังกล่าว
ไม่ใช่ทุกฝ่ายที่เห็นว่าข้อตกลงนี้เพียงพอ
แม้องค์กรด้านความปลอดภัยของเด็กและผู้ปกครองบางส่วนมองว่าข้อตกลงนี้เป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญ แต่ยังมีข้อกังวลว่ามาตรการจะเพียงพอหรือไม่
Sacha Haworth ผู้อำนวยการบริหารของ The Tech Oversight Project ระบุว่า การปกป้องเด็กอย่างครอบคลุมจำเป็นต้องมีมาตรการที่ใช้กับ ทุกแพลตฟอร์มและมีผลอย่างถาวร ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยกฎหมายจากสภาคองเกรส
ขณะที่ Arturo Béjar อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของ Meta ซึ่งขึ้นให้การในคดีนี้ มองว่าข้อตกลงถือเป็นก้าวสำคัญ แต่เตือนว่า ไม่ควรถูกตีความว่า Instagram ปลอดภัยสำหรับเด็กแล้ว
Meta บอกว่าต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรม
Meta ระบุว่า บริษัทจะเดินหน้าต่อยอดมาตรการที่มีอยู่เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองดูแลการใช้งานของบุตรหลาน และทำให้วัยรุ่นใช้งานแพลตฟอร์มได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ Instagram ได้เริ่มใช้บัญชีสำหรับวัยรุ่นที่มีข้อจำกัดด้านการส่งข้อความ ความเป็นส่วนตัว และการเข้าถึงเนื้อหามากกว่าบัญชีทั่วไปแล้ว
ข้อตกลงมูลค่าสูงสุด 18,000 ล้านดอลลาร์ครั้งนี้จึงไม่ได้จบเพียงการชดเชยเป็นเงิน แต่ยังผูกกับ การเปลี่ยนแปลงวิธีที่ Facebook และ Instagram ออกแบบประสบการณ์สำหรับเด็กและวัยรุ่น พร้อมระบบตรวจสอบจากบุคคลภายนอก
อย่างไรก็ตาม มาตรการยังต้องผ่านการอนุมัติจากศาล และ Meta ยังคงเผชิญคดีจากบุคคลและเขตการศึกษาต่าง ๆ ในสหรัฐฯ ต่อไป
ที่มา: The Associated Press / The Asahi Shimbun
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทีมนักวิจัยจากญี่ปุ่นและ MIT เปิดตัว Cuddle-Fish หุ่นยนต์ AI ลอยได้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครในโลกแอนิเมชัน แทนที่จะเป็นเครื่องจักรแบบดั้งเดิม โดยถูกออกแบบให้เป็นเพื่อนร่วมบ้านที่คอยปลุก แจ้งเตือน และอยู่เป็นเพื่อนมนุษย์ ด้วยการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล เงียบ และปลอดภัยกว่าหุ่นยนต์บินทั่วไป
14 ก.ค. 2026
Starbucks Korea เตรียมปิดร้านทุกสาขาทั่วประเทศเพื่ออบรมพนักงาน หลังแคมเปญการตลาดที่เปิดตัวตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์ Gwangju Uprising ถูกวิจารณ์อย่างหนัก จนบริษัทต้องปรับกระบวนการอนุมัติแคมเปญใหม่ทั้งหมด
19 มิ.ย. 2026
ชวนคนไทยนำ Fan เก่า แลก Fan ใหม่ ในแคมเปญ ‘Fan It Forward’
24 มี.ค. 2026


