นักวิจัยพัฒนา “เสื้อผ้าสวมใส่ตัวเองได้” ช่วยผู้สูงอายุแต่งตัวเองง่ายขึ้น ลดการพึ่งพาผู้ดูแล

นักวิจัยพัฒนา "เสื้อผ้าสวมใส่ตัวเองได้" หวังช่วยผู้สูงอายุและผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวใช้ชีวิตอย่างอิสระมากขึ้น
เทคโนโลยีเสื้อผ้าที่ช่วยสวมใส่แทนการใช้แรงของผู้สวม
ทีมนักวิจัยจาก สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงเกาหลี (KAIST) ร่วมกับ Stanford University พัฒนาเทคโนโลยี เสื้อผ้าสวมใส่ตัวเองได้ (Self-Dressing Clothes) ที่ใช้ หุ่นยนต์แบบนิ่ม (Soft Robotics) ฝังอยู่ภายในเนื้อผ้า เพื่อช่วยให้เสื้อผ้าค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหาตำแหน่งที่เหมาะสมบนร่างกาย ลดความจำเป็นในการดึง ยกแขน หรือเอื้อมตัวขณะสวมใส่
งานวิจัยมุ่งช่วยเหลือ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว และผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งการแต่งตัวในชีวิตประจำวันอาจเป็นกิจกรรมที่ทำได้ยากและต้องพึ่งพาผู้อื่น
ใช้หุ่นยนต์ลมอ่อนนุ่มที่ซ่อนอยู่ในเนื้อผ้า
ระบบดังกล่าวมีชื่อว่า SWAG (Self-Wearing Adaptive Garment) โดยใช้ ท่อหุ่นยนต์แบบอ่อนนุ่มที่ขับเคลื่อนด้วยแรงดันอากาศ ฝังอยู่ในเสื้อผ้า เมื่อเปิดใช้งาน ท่อจะค่อย ๆ คลี่ตัวและเคลื่อนที่ไปตามรูปร่างของผู้สวม ทำให้เสื้อ แจ็กเก็ต หรือกางเกงเคลื่อนเข้าตำแหน่งได้เอง แทนการใช้แขนกลแข็งเหมือนหุ่นยนต์ช่วยแต่งตัวแบบเดิม
นักวิจัยอธิบายว่า แนวคิดนี้ช่วยให้แรงกดที่กระทำต่อร่างกายอยู่ในระดับที่ปลอดภัย และลดแรงเสียดทานระหว่างผ้ากับผิวหนังระหว่างการสวมใส่
ต้นแบบใช้เวลาสวมใส่เพียงไม่กี่วินาที
จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ พบว่า
• แจ็กเก็ตใช้เวลาสวมประมาณ 13 วินาที
• แขนเสื้อใช้เวลาประมาณ 14 วินาที
• กางเกงใช้เวลาประมาณ 21 วินาที
• หากเป็นชุดเต็มสามารถสวมได้ภายในประมาณ 10 วินาที ตามการสาธิตของทีมวิจัย
อย่างไรก็ตาม การทดลองยังอยู่ในระดับต้นแบบ และยังต้องทดสอบกับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวจริงในสถานการณ์ใช้งานจริงต่อไป

อาจช่วยผู้สูงอายุใช้ชีวิตที่บ้านได้อย่างอิสระมากขึ้น
นักวิจัยมองว่า การแต่งตัวเป็นหนึ่งในกิจวัตรพื้นฐานที่สะท้อนความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างอิสระ หากผู้สูงอายุสามารถแต่งตัวได้ด้วยตนเอง ก็อาจช่วยลดการพึ่งพาผู้ดูแล และเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน
นอกจากผู้สูงอายุแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังอาจนำไปใช้กับผู้ป่วยที่กำลังฟื้นตัวหลังการผ่าตัด ผู้ที่มีโรคข้ออักเสบ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวชั่วคราวได้ในอนาคต
ยังต้องพัฒนาอีกหลายด้านก่อนใช้งานจริง
แม้แนวคิดจะได้รับความสนใจ แต่ต้นแบบในปัจจุบันยังเชื่อมต่อกับ ระบบจ่ายลมภายนอก (Pneumatic Base Station) และยังไม่มีการประกาศราคา หรือกำหนดวันวางจำหน่าย
ทีมวิจัยระบุว่ายังต้องพัฒนาเรื่อง การปรับให้เหมาะกับรูปร่างผู้ใช้แต่ละคน ความสะดวกในการซัก การจัดเก็บ แหล่งพลังงานแบบพกพา และการทดสอบทางคลินิก เพื่อยืนยันว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
ที่มา : Fox News (CyberGuy).


