แชร์

ผู้ก่อตั้ง JD.com ชี้ หุ่นยนต์อาจแทนที่พนักงานส่งของ 700,000 คนในอนาคต

อัพเดทล่าสุด: 23 มิ.ย. 2026
99 ผู้เข้าชม

Richard Liu ผู้ก่อตั้งและประธาน JD.com หนึ่งในบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน ระบุว่า ในอนาคต หุ่นยนต์อาจเข้ามาแทนที่พนักงานส่งของของบริษัทกว่า 700,000 คน

เขากล่าวในงาน APEC China CEO Forum ว่า เมื่อถึงวันที่หุ่นยนต์สามารถส่งพัสดุได้เต็มรูปแบบ “ไม่ช้าก็เร็ว” งานส่งของแบบเดิมอาจไม่จำเป็นอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม Liu ย้ำว่า เขาไม่ต้องการให้พนักงานส่งของของบริษัทต้องตกงานหรือไม่มีรายได้

เปิดโครงการฝึกพนักงานใหม่

เพื่อเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ JD.com ได้เริ่มโครงการฝึกอบรมภายในที่ชื่อว่า Nirvana

บริษัทระบุว่าได้ร่วมมือกับโรงเรียนและศูนย์ฝึกอบรมราว 120 แห่งทั่วจีน เพื่อช่วยให้พนักงานส่งของเรียนรู้ทักษะใหม่ เช่น การซ่อมและบำรุงรักษาหุ่นยนต์ รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ AI

แนวคิดของ JD.com คือการเปลี่ยนพนักงานบางส่วนจากงานส่งของกลางแจ้ง ไปสู่บทบาทใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบอัตโนมัติ

JD.com ใช้ระบบอัตโนมัติอยู่แล้ว

JD.com ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ในฐานะแนวคิดลอย ๆ เพราะบริษัทมีการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติในระบบโลจิสติกส์อยู่แล้ว ทั้งคลังสินค้าอัตโนมัติ โดรน รถส่งของไร้คนขับ และสถานีรับสินค้าที่ไม่ต้องใช้พนักงาน

ในบางเมืองของจีน ยังมีการทดลองใช้หุ่นยนต์ส่งอาหารในสนามบิน และหุ่นยนต์ที่สามารถเดินทางด้วยรถไฟเพื่อเติมสินค้าในร้านสะดวกซื้อ

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า งานส่งของกำลังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ระบบอัตโนมัติเริ่มเข้ามามีบทบาทจริงมากขึ้น

นี่ไม่ใช่แค่การคาดการณ์

คำพูดของ Liu น่าสนใจ เพราะผู้บริหารเทคโนโลยีจำนวนมากมักหลีกเลี่ยงการพูดตรง ๆ ว่าหุ่นยนต์จะมาแทนแรงงาน

แต่กรณีนี้ ผู้ก่อตั้ง JD.com พูดชัดว่า งานส่งของจำนวนมากอาจถูกแทนที่ในอนาคต พร้อมเสนอทางออกผ่านการฝึกอบรมพนักงานใหม่

ประเด็นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดแรงงานจีนยังมีความเปราะบาง โดย Financial Times รายงานว่า อัตราว่างงานของเยาวชนจีนอยู่ที่ 16.3% ในเดือนเมษายน ขณะที่แรงงานรูปแบบใหม่หรือแรงงานอิสระในจีนมีจำนวนมากถึง 320 ล้านคน และคิดเป็นประมาณ 40% ของการจ้างงานในเมือง

คำถามใหญ่คือ ฝึกคนทันหุ่นยนต์หรือไม่

แม้ JD.com จะประกาศว่าจะช่วยพนักงานเปลี่ยนไปทำงานใหม่ แต่คำถามสำคัญคือ การฝึกอบรมจะทำได้เร็วและมากพอหรือไม่

เพราะตำแหน่งงานด้านซ่อมบำรุงหุ่นยนต์หรือฝึกระบบ AI อาจไม่ได้มีจำนวนเท่ากับพนักงานส่งของทั้งหมด 700,000 คน

ดังนั้น สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปไม่ใช่แค่ว่าหุ่นยนต์จะส่งพัสดุได้เมื่อไร แต่คือบริษัทขนาดใหญ่อย่าง JD.com จะสามารถพาพนักงานจำนวนมหาศาลปรับตัวทันการเปลี่ยนแปลงได้จริงแค่ไหน

สำหรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวของ JD.com แต่เป็นสัญญาณว่า งานบริการที่เคยต้องใช้แรงงานคนจำนวนมาก อาจกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์

ที่มา: RobotsBeat


บทความที่เกี่ยวข้อง
Figure ส่งหุ่นยนต์ Humanoid รุ่นเก่าเข้าเตาหลอม หลังเปลี่ยนสู่ F.03
Figure AI ปลดประจำการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น F.02 ด้วยวิธีที่ไม่ธรรมดา โดยฝึกให้หุ่นยนต์กระโดดเข้าสู่เตาหลอมไฟฟ้าขนาด 75 ตันในฟินแลนด์ ก่อนหลอมกลับเป็นโลหะ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปิดเผยชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยีเฉพาะของบริษัท
2 ต.ค. 2026
นักเศรษฐศาสตร์จีนเรียกร้องปักกิ่งเร่งจัดการหนี้ท้องถิ่น ใช้จังหวะราคายังต่ำกระตุ้นเศรษฐกิจ
นักเศรษฐศาสตร์จีนบางส่วนเรียกร้องให้ปักกิ่งเร่งปรับโครงสร้างหนี้รัฐบาลท้องถิ่นและเพิ่มการกู้ของรัฐบาลกลาง เพื่อใช้ประโยชน์จากช่วงที่ระดับราคาของจีนยังอยู่ในระดับต่ำ โดยมองว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอาจช่วยเพิ่มแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ ก่อนที่แรงกดดันด้านราคาจะเพิ่มขึ้น
24 ก.ย. 2026
นิวยอร์กสั่งแบน Smart Glasses หวั่นถูกใช้แอบบันทึกภาพโดยไม่รู้ตัว
เมื่อแว่นตาเริ่มมีกล้องและ AI ในตัว คำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวก็กลับมาอีกครั้ง ล่าสุดนิวยอร์กกลายเป็นรัฐแรกของสหรัฐฯ ที่สั่งห้ามนำ Smart Glasses เข้าศาลทั้งหมด หวั่นถูกใช้แอบบันทึกภาพและข้อมูลสำคัญโดยที่คนรอบข้างไม่รู้ตัว
15 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy