สหราชอาณาจักรเตรียมแบนโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี

Keir Starmer นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ประกาศแผนเตรียมห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเข้าถึงโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ทำให้เด็กสัมผัสกับเนื้อหาที่เป็นอันตราย และถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดให้ใช้งานเป็นเวลานาน
มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมแพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ TikTok, Instagram, Facebook, Snapchat, YouTube และ X แต่จะไม่รวมบริการส่งข้อความ เช่น WhatsApp รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันกฎหมายให้ผ่านภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีหน้า
พิจารณาเคอร์ฟิวกลางคืนและจำกัดการเลื่อนหน้าจอ
นอกจากการแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีแล้ว รัฐบาลยังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
มาตรการที่กำลังศึกษา ได้แก่
- การจำกัดการใช้งานในช่วงเวลากลางคืน
- การปิดฟีเจอร์เลื่อนหน้าจอแบบไม่สิ้นสุด (Infinite Scroll)
รายละเอียดเพิ่มเติมมีกำหนดประกาศในเดือนกรกฎาคม
ได้แรงบันดาลใจจากออสเตรเลีย
Starmer ระบุว่า แนวทางดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากออสเตรเลีย ซึ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้กลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ออกกฎหมายห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย การประกาศของสหราชอาณาจักรเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลได้ทดลองรับฟังความคิดเห็นจากวัยรุ่นและประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อเด็กและเยาวชน
YouTube เตือนอาจเกิดผลข้างเคียง
ด้าน YouTube ออกมาแสดงความกังวลว่า การห้ามใช้งานแบบครอบคลุมอาจทำให้เด็กบางส่วนหันไปใช้บริการอื่นที่มีมาตรการความปลอดภัยน้อยกว่า ขณะเดียวกัน รัฐบาลอังกฤษยังเปิดเผยว่า กำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติมสำหรับบริการเกมออนไลน์และแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิงที่เปิดโอกาสให้คนแปลกหน้าติดต่อกับเด็กได้
ผู้ปกครองส่วนใหญ่สนับสนุน
ผลการรับฟังความคิดเห็นของรัฐบาล ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 116,000 คน พบว่า
- 83% ของผู้ปกครองมองว่าความเสี่ยงของโซเชียลมีเดียมีมากกว่าประโยชน์สำหรับเด็ก
- 91% สนับสนุนการกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ที่ 16 ปี
ตัวเลขดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลใช้ประกอบการผลักดันมาตรการใหม่
กดดันบริษัทเทคโนโลยีเพิ่มมาตรการคุ้มครองเด็ก
ก่อนหน้านี้รัฐบาลอังกฤษได้เรียกร้องให้ Apple และ Google เพิ่มฟีเจอร์ความปลอดภัยบนโทรศัพท์และแท็บเล็ต เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กถ่าย ส่ง หรือเข้าถึงภาพเปลือย รัฐบาลให้เวลาบริษัทต่าง ๆ 3 เดือนในการดำเนินการ และเตือนว่าอาจออกกฎหมายบังคับหากไม่มีความคืบหน้า
รัฐบาลยังระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีมี "ความรับผิดชอบทางศีลธรรม" ในการปกป้องเด็กจากการล่อลวง การคุกคาม และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศบนโลกออนไลน์
ข้อมูลจาก Internet Watch Foundation ที่รัฐบาลอ้างอิง ระบุว่า 91% ของรายงานการล่วงละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์ในปี 2024 เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เด็กสร้างขึ้นเอง
ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้หลายประเทศเริ่มพิจารณามาตรการควบคุมการใช้งานโซเชียลมีเดียของเด็กอย่างเข้มงวดมากขึ้น
ที่มา: AFP via RTL Luxembourg


