แชร์

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เตรียมท้าทาย Everest หลังพิชิตภูเขาสูงกว่า 6,000 เมตรสำเร็จ

อัพเดทล่าสุด: 15 มิ.ย. 2026
80 ผู้เข้าชม

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังก้าวออกจากห้องทดลองสู่โลกจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ล่าสุด Pemba หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากบริษัท Humanoid ได้รับความสนใจหลังถูกนำไปทดสอบบน ภูเขาไฟ Chimborazo ในประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งมีความสูงกว่า 6,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล และถือเป็นหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายที่สุดสำหรับหุ่นยนต์

การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยหิน น้ำแข็ง ความชัน และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยทีมพัฒนาต้องการดูว่าหุ่นยนต์สามารถเดิน ทรงตัว และทำงานได้ดีเพียงใดในพื้นที่ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้า

ไม่ได้สร้างมาเพื่อปีนเขา

แม้ข่าวหลายสำนักจะพาดหัวถึงการเตรียมตัวสู่ภารกิจปีน Mount Everest แต่เป้าหมายหลักของโครงการไม่ได้อยู่ที่การสร้างหุ่นยนต์นักปีนเขา

ทีมงานระบุว่าการทดสอบบนภูเขาสูงเป็นวิธีประเมินความสามารถของระบบ AI เซนเซอร์ และการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ในสภาพแวดล้อมจริง ซึ่งแตกต่างจากพื้นเรียบในโรงงานหรือห้องทดลองอย่างสิ้นเชิง

ก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ยุคใหม่

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถเดิน วิ่ง หรือยกสิ่งของได้ดีขึ้นมาก แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการทำงานในสถานที่ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและความไม่แน่นอน

การทดสอบบน Chimborazo จึงถูกมองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการหุ่นยนต์ เพราะช่วยให้ระบบเรียนรู้การรับมือกับพื้นผิวที่หลากหลาย รวมถึงสภาพอากาศที่รุนแรงและออกซิเจนที่เบาบาง

อาจถูกนำไปใช้ในภารกิจเสี่ยงอันตราย

ในอนาคต เทคโนโลยีลักษณะนี้อาจถูกนำไปใช้ในงานกู้ภัย พื้นที่ภัยพิบัติ เหมืองแร่ หรือภารกิจสำรวจในพื้นที่ที่เสี่ยงเกินกว่ามนุษย์จะเข้าไปทำงานได้อย่างปลอดภัย

แม้การพิชิต Everest จะยังเป็นเพียงเป้าหมายในอนาคต แต่การที่หุ่นยนต์สามารถทำงานบนภูเขาสูงกว่า 6,000 เมตรได้แล้ว แสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังเข้าใกล้โลกแห่งการใช้งานจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ


Photo: pabs / X

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
นักวิจัยสร้างหุ่นยนต์ 3 แขน แล่ซาชิมิได้เองราวกับเชฟ
นักวิจัยจากนอร์เวย์พัฒนา "Sashimi-Bot" หุ่นยนต์ 3 แขนที่สามารถแล่ปลาแซลมอนดิบได้โดยอัตโนมัติ ใช้ AI และเซ็นเซอร์รับสัมผัสช่วยจัดตำแหน่งปลาและควบคุมการหั่นอย่างแม่นยำ เพื่อรับมือกับหนึ่งในงานที่ท้าทายที่สุดสำหรับหุ่นยนต์ นั่นคือการจัดการกับวัตถุที่อ่อนนุ่มและเปลี่ยนรูปได้ตลอดเวลา
21 มิ.ย. 2026
บ้านไฮดรอลิก "มุดลงใต้ดิน" ได้ใน 15 นาที เพื่อหนีไฟป่าและพายุทอร์นาโด
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าบ้านทั้งหลังสามารถ "หายตัว" ลงไปใต้ดินได้ในเวลาเพียง 15 นาที? บริษัทสหรัฐฯ แห่งหนึ่งกำลังพัฒนาบ้านไฮดรอลิกที่สามารถมุดลงสู่ห้องนิรภัยใต้ดินอัตโนมัติ เพื่อปกป้องตัวบ้านจากไฟป่าและพายุทอร์นาโด แนวคิดที่ดูเหมือนหลุดมาจากหนังไซไฟ กำลังถูกพัฒนาเป็นบ้านจริงในรัฐแคลิฟอร์เนีย
13 ก.ค. 2026
นักวิจัยสร้าง "ชุดดำน้ำ" ให้แมลงสาบไซบอร์ก อยู่ใต้น้ำได้ 3 ชั่วโมง เพื่อช่วยภารกิจกู้ภัย
นักวิจัยจากสิงคโปร์และญี่ปุ่นพัฒนา "ชุดดำน้ำจิ๋ว" สำหรับแมลงสาบไซบอร์ก ช่วยให้สามารถเคลื่อนที่ใต้น้ำได้นานถึง 3 ชั่วโมง เพื่อสำรวจพื้นที่น้ำท่วม ซากอาคาร และจุดที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าถึงได้ยาก โดยเทคโนโลยียังอยู่ในขั้นทดลองและเตรียมพัฒนาต่อสำหรับงานกู้ภัยในอนาคต
20 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy