แชร์

วิจัยญี่ปุ่นพบ ถนนที่มีอาคารและต้นไม้โอบล้อม สัมพันธ์กับการนอนหลับที่ดีขึ้น

อัพเดทล่าสุด: 13 ต.ค. 2026
21 ผู้เข้าชม

เมื่อถนนหน้าบ้านอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอน
การนอนหลับที่ดีอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมก่อนเข้านอนหรือสภาพแวดล้อมภายในบ้านเพียงอย่างเดียว เพราะลักษณะถนนและสิ่งที่ผู้คนมองเห็นในย่านที่พักอาศัยอาจสัมพันธ์กับการพักผ่อนด้วย

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Building and Environment ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะภูมิทัศน์ในระดับสายตาบนถนนกับสุขภาพการนอน โดยนักวิจัยจาก Osaka Metropolitan University ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI วิเคราะห์ภาพ Google Street View มากกว่า 200,000 ภาพ เพื่อประเมินลักษณะของสภาพแวดล้อมในเมือง

จากนั้นจึงนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับข้อมูลการนอนที่ผู้เข้าร่วมรายงานด้วยตนเองจำนวน 1,089 คน ซึ่งเป็นคนวัยทำงานอายุ 40–59 ปีที่อาศัยอยู่ในอาคารพักอาศัยชั้นสามหรือต่ำกว่าในกรุงโตเกียว

ถนนที่มีอาคารและต้นไม้โอบล้อมสัมพันธ์กับการนอนที่ดีขึ้น
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ถนนมีลักษณะโอบล้อมทางสายตา หรือ Sense of Enclosure มากกว่า มีแนวโน้มที่จะมีอาการนอนไม่หลับน้อยลงและมีระยะเวลานอนยาวนานขึ้น

ความรู้สึกโอบล้อมในงานวิจัยนี้ หมายถึงลักษณะที่อาคาร ต้นไม้ หรือองค์ประกอบแนวตั้งอื่น ๆ ช่วยกำหนดขอบเขตของพื้นที่ถนน ทำให้บริเวณนั้นดูมีกรอบชัดเจนกว่าพื้นที่เปิดโล่งกว้าง

อีกปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องคือ ความรู้สึกปลอดภัยของย่านที่อยู่อาศัย ผู้เข้าร่วมที่อาศัยในบริเวณซึ่งมีภาพลักษณ์ชวนให้รู้สึกปลอดภัย มีแนวโน้มที่จะนอนหลับนานขึ้น โดยนักวิจัยเสนอว่าความรู้สึกปลอดภัยและความมีชีวิตชีวาของพื้นที่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสภาพถนนกับการนอน

พื้นที่สีเขียวอาจช่วยผ่านความรู้สึกปลอดภัย
งานวิจัยยังพิจารณาปริมาณพื้นที่สีเขียวที่มองเห็นได้จากถนน เช่น ต้นไม้ พืช และสนามหญ้า โดยพบว่าความเขียวขจีมีความสัมพันธ์กับความรู้สึกปลอดภัยที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเชื่อมโยงต่อไปถึงระยะเวลาการนอนที่ยาวนานขึ้น

ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่า การประเมินสภาพแวดล้อมในเมืองอาจต้องมององค์ประกอบหลายอย่างร่วมกัน ไม่ใช่พิจารณาเพียงจำนวนต้นไม้หรือขนาดพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงภาพรวมของถนนและความรู้สึกที่พื้นที่นั้นสร้างให้กับผู้คนด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวเป็นความสัมพันธ์ทางสถิติจากการศึกษาเชิงสังเกต จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการเพิ่มต้นไม้หรือสร้างอาคารให้โอบล้อมถนนจะทำให้ทุกคนนอนหลับดีขึ้นโดยตรง

ถนนที่เดินสะดวกไม่ได้หมายถึงรู้สึกปลอดภัยเสมอไป
ข้อค้นพบอีกด้านที่น่าสนใจคือ ลักษณะถนนที่มีองค์ประกอบบ่งชี้ถึงความสะดวกในการเดิน เช่น ทางเท้า ป้ายจราจร และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนเดินเท้า กลับมีความสัมพันธ์กับคะแนนความรู้สึกปลอดภัยที่ต่ำลงในแบบจำลองของงานวิจัย และสัมพันธ์ทางอ้อมกับระยะเวลาการนอนที่สั้นลง

ผลนี้ไม่ได้หมายความว่าทางเท้าหรือถนนที่เดินสะดวกเป็นสิ่งไม่ดี แต่สะท้อนว่าความสัมพันธ์ระหว่างการออกแบบถนนกับความรู้สึกของผู้พักอาศัยมีความซับซ้อน องค์ประกอบที่ทำให้เดินสะดวกอาจพบร่วมกับถนนที่มีความคึกคักหรือมีผู้คนสัญจรจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ผู้พักอาศัยรับรู้สภาพแวดล้อมแตกต่างกันไป

จึงจำเป็นต้องศึกษาปัจจัยอื่นเพิ่มเติมก่อนสรุปว่าลักษณะถนนประเภทใดส่งผลต่อการนอนในทิศทางใดอย่างแน่ชัด

AI อาจช่วยออกแบบเมืองที่คำนึงถึงสุขภาวะมากขึ้น
จุดเด่นของงานวิจัยคือการใช้ AI ประเมินภาพถนนจำนวนมาก ทำให้สามารถศึกษาลักษณะสภาพแวดล้อมในระดับเมืองได้อย่างเป็นระบบกว่าการตรวจสอบพื้นที่ทีละจุดด้วยวิธีดั้งเดิม

แนวทางนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อการวางผังเมืองและการประเมินคุณภาพย่านที่พักอาศัยในอนาคต โดยช่วยให้นักวางผังเมืองพิจารณาปัจจัยด้านความรู้สึกปลอดภัย ความเขียวขจี ความมีชีวิตชีวา และความรู้สึกโอบล้อมควบคู่กับการใช้งานพื้นที่

ท้ายที่สุด งานวิจัยนี้ไม่ได้สรุปว่ามีรูปแบบถนนแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน แต่เสนอหลักฐานเพิ่มเติมว่า สภาพแวดล้อมที่ผู้คนพบเห็นทุกวันอาจสัมพันธ์กับสุขภาพการนอน และการออกแบบเมืองที่ดีจึงควรคำนึงถึงประสบการณ์และสุขภาวะของผู้อยู่อาศัยควบคู่ไปกับประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่

ที่มา - The Mainichi 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Realbotix เปิดตัว Echo หุ่นยนต์ AI ผิวซิลิโคน สนทนาได้กว่า 100 ภาษา
Realbotix เปิดตัว Echo หุ่นยนต์ AI ผิวซิลิโคนที่สนทนาได้มากกว่า 100 ภาษา มีทั้งรุ่นตั้งโต๊ะราคา 11,950 ดอลลาร์ และรุ่นเต็มตัวราคา 59,950 ดอลลาร์ พร้อมระบบเสริมที่ช่วยจดจำใบหน้าและติดตามสายตา แต่ผู้ซื้อยังต้องพิจารณาค่าสมาชิกรายเดือน ความเป็นส่วนตัว และข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว
29 ต.ค. 2026
DEEP Robotics เปิดตัว Pulse หุ่นยนต์สุนัขดับเพลิง ช่วยเข้าพื้นที่เสี่ยงแทนนักดับเพลิง
เมื่อไฟไหม้ในโรงงานหรือพื้นที่อุตสาหกรรมบางแห่ง อุณหภูมิอาจสูงเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าไปปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ล่าสุด DEEP Robotics เปิดตัว "Pulse" หุ่นยนต์สุนัขดับเพลิงที่สามารถฉีดน้ำหรือโฟมได้ไกลถึง 60 เมตร เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของนักดับเพลิงในสถานการณ์อันตราย
27 มิ.ย. 2026
Fitbit Air และอนาคตของ Wearable เมื่อข้อมูลสำคัญกว่าหน้าจอ
Google เปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบไร้หน้าจอ ราคาเริ่มต้นราว 3,400 บาท พร้อมชน Whoop ในตลาด wearable สายสุขภาพ
8 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy