แบรนด์จีนดันตลาด 3D Printer ผู้บริโภคทั่วโลกโต จากเครื่องมือเฉพาะกลุ่มสู่ของใช้ที่เข้าถึงง่าย

สำหรับ Alex Vong นักออกแบบผลิตภัณฑ์จากโตรอนโต การซื้อเครื่องพิมพ์ 3D เครื่องแรกไม่ได้เกิดจากความต้องการทดลองเทคโนโลยีเฉพาะทาง แต่เป็นการมองหาเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้กับงานสร้างสรรค์ของเขาได้จริง
หลังจากดูรีวิวบน YouTube เขาเลือกใช้เครื่องพิมพ์ 3D จาก Bambu Lab บริษัทที่มีฐานอยู่ในเซินเจิ้น และนำเครื่องมาใช้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับของเล่นศิลปะแบบอินเทอร์แอ็กทีฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคอมพิวเตอร์ Apple Macintosh รุ่นเก่า
เรื่องราวนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาด 3D Printer ที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่เป็นเทคโนโลยีสำหรับผู้เชี่ยวชาญ นักประดิษฐ์ หรือภาคอุตสาหกรรม กำลังกลายเป็น เครื่องมือที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถซื้อมาใช้งานได้ง่ายขึ้น
จีนมีบทบาทสำคัญในตลาด Consumer 3D Printer
ข้อมูลที่ SCMP อ้างจากสถานีโทรทัศน์ CCTV ระบุว่า บริษัทจากเซินเจิ้นมีสัดส่วนประมาณ 90% ของตลาด Consumer 3D Printing ทั่วโลก
การเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการทำให้เครื่องใช้งานง่ายขึ้นและมีราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้มากกว่าเดิม
ข้อมูลจาก Xinhua ระบุว่า ตลาดเครื่องพิมพ์ 3D สำหรับผู้บริโภคทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 34% ขณะที่บริษัทจีนคิดเป็นประมาณ 90% ของจำนวนเครื่องที่จัดส่ง และมากกว่า 90% ของเครื่องจากจีนถูกส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “ใช้ง่าย”
หนึ่งในอุปสรรคของ 3D Printer ในอดีตคือผู้ใช้จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับการตั้งค่าเครื่อง การเตรียมไฟล์ และการควบคุมกระบวนการพิมพ์
แต่ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่พยายามลดขั้นตอนเหล่านี้ลง
แนวคิดสำคัญคือการทำให้กระบวนการตั้งแต่ ออกแบบ → พิมพ์ → จัดการหลังการพิมพ์ เป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น เพื่อให้คนทั่วไปสามารถใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการผลิตเชิงลึก
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้กลุ่มผู้ใช้ขยายจากนักสร้างหรือผู้เชี่ยวชาญไปสู่ ผู้บริโภค ครอบครัว นักเรียน นักสร้างสรรค์ และธุรกิจขนาดเล็ก
จากงานอุตสาหกรรมสู่การใช้งานในชีวิตประจำวัน
3D Printer สำหรับภาคอุตสาหกรรมในอดีตมักเน้นเรื่อง ความแม่นยำ ประสิทธิภาพ และการผลิตชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูง
แต่ตลาด Consumer 3D Printer มีโจทย์แตกต่างออกไป นั่นคือ ราคาต้องเข้าถึงได้และใช้งานง่าย
วัสดุที่ใช้ในตลาดผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นพลาสติก และสามารถนำไปสร้างสิ่งของได้หลากหลาย ตั้งแต่ชิ้นงานศิลปะ ของใช้ส่วนตัว ไปจนถึงต้นแบบผลิตภัณฑ์
Xinhua มองว่าความแตกต่างนี้ทำให้ตลาด Consumer 3D Printer กลายเป็นการขยายตัวของเทคโนโลยีไปยังผู้ใช้กลุ่มใหม่ มากกว่าการแข่งขันด้านประสิทธิภาพของเครื่องจักรอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว
จีนไม่ได้แข่งด้วยราคาเพียงอย่างเดียว
การเติบโตของแบรนด์จีนในตลาดนี้ยังเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประสบการณ์ใช้งาน
ตัวอย่างเช่น Bambu Lab สามารถดึงดูดผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องที่พร้อมใช้งานมากขึ้น ขณะที่ตลาดยังมีแบรนด์จีนรายอื่นที่แข่งขันกันด้วยฟังก์ชัน ความเร็ว การพิมพ์หลายวัสดุ และระบบอัตโนมัติ
ข้อมูลจากแหล่งข่าวจีนระบุว่า ในปี 2025 การส่งออกเครื่องพิมพ์ 3D ของจีนอยู่ที่ประมาณ 5.03 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 33.2% และมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 11.354 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 39.1%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า 3D Printer กำลังกลายเป็นหนึ่งในสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่บริษัทจีนสามารถขยายตลาดไปต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว
AI อาจเป็นก้าวต่อไปของ 3D Printer
อีกประเด็นที่กำลังถูกจับตามองคือ AI
ปัจจุบันผู้ใช้ยังต้องออกแบบหรือหาโมเดล 3D ก่อนนำไปพิมพ์ หากระบบ AI สามารถช่วยสร้างโมเดลจากคำอธิบายของผู้ใช้ได้ง่ายขึ้น ก็อาจลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคสำหรับคนทั่วไป
ข้อมูลจาก Xinhua ระบุว่า Bambu Lab กำลังให้ความสำคัญกับการรับสมัครบุคลากรด้านอัลกอริทึมและการพัฒนา AI modeling เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างโมเดล 3D ได้ง่ายขึ้น
หากแนวทางนี้พัฒนาไปได้มากขึ้น 3D Printer อาจไม่ได้เป็นเพียงเครื่องที่ “พิมพ์ตามแบบ” อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้ สร้างแบบและผลิตสิ่งของได้ในกระบวนการเดียวกัน
การเติบโตของ Consumer 3D Printer จึงไม่ได้สะท้อนเพียงการแข่งขันของผู้ผลิตเครื่องจักร แต่ยังแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีการผลิตกำลังเข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น จากโรงงานและห้องทดลอง สู่บ้าน ห้องเรียน งานอดิเรก และธุรกิจขนาดเล็ก
ที่มา: South China Morning Post


