แชร์

1 ปีของ “Blazymania” เมื่อ Matthieu Blazy เขย่า Chanel ด้วยดีไซน์ใหม่

อัพเดทล่าสุด: 4 ต.ค. 2026
29 ผู้เข้าชม
หนึ่งปีหลังจาก Matthieu Blazy เปิดตัวคอลเลกชันแรกในฐานะดีไซเนอร์ของ Chanel ผลงานของเขากำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นหรูที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศส

กระแสที่เกิดขึ้นถึงขั้นมีคำเรียกใหม่ว่า “Blazymania” ซึ่งใช้บรรยายความสนใจและการซื้อสินค้าของ Chanel อย่างคึกคัก โดยเฉพาะสินค้าจากคอลเลกชันใหม่ที่มีราคาตั้งแต่หลักพันดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป

เมื่อคอลเลกชัน Spring-Summer 2026 ของ Blazy เริ่มวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2026 วิดีโอของลูกค้าที่เดินทางเข้าไปยังร้าน Chanel จำนวนมากกลายเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดีย ขณะที่ข้อมูลยอดขายที่ Bloomberg รายงานในเดือนสิงหาคมระบุว่า ยอดขายของ Chanel เพิ่มขึ้น 16% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เมื่อเทียบกับปี 2025

จากความลังเลสู่การออกแบบที่หลากหลายขึ้น
การเข้ามาของ Blazy เกิดขึ้นในปี 2025 หลังจากเขาได้รับเลือกให้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก Virginie Viard ซึ่งเป็นผู้สืบทอดงานสร้างสรรค์ของ Karl Lagerfeld ที่มีภาพลักษณ์ค่อนข้างเงียบขรึม

Rita นักธุรกิจหญิงชาวเลบานอนที่ให้สัมภาษณ์กับ AFP กล่าวว่า ตอนแรกเธอรู้สึกไม่แน่ใจและค่อนข้างสงสัยกับการเปลี่ยนแปลง แต่ยอมรับว่า Blazy นำเสนอ ดีไซน์และความแปลกใหม่มากขึ้น

เธอมองว่าการซื้อสินค้าของ Chanel ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซื้อกระเป๋าหรือรองเท้ารุ่นเดิมในสีใหม่อีกต่อไป แต่มีสินค้าใหม่ ๆ ให้เลือกมากขึ้น

สินค้าใหม่จนเกิด “Waiting List”
กระแสความสนใจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโซเชียลมีเดีย

Alix Morabito ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อของห้างหรู Galeries Lafayette ในปารีส กล่าวว่า สินค้า Chanel รุ่นใหม่แต่ละล็อตได้รับการรอคอยอย่างมาก และบางครั้งลูกค้าต้องเผชิญกับ รายชื่อรอสินค้าเป็นเวลานาน จนทำให้บางรุ่นหาซื้อได้ยาก

เธอมองว่า Chanel กำลังต้องหาสมดุลใหม่ระหว่าง ความต้องการสินค้า ความหายาก และการมีสินค้าเพียงพอสำหรับลูกค้า

ยังคงเอกลักษณ์ Chanel แต่เพิ่มสิ่งใหม่
Blazy ไม่ได้ทิ้งรหัสสำคัญของ Chanel แต่เลือกนำองค์ประกอบเหล่านั้นมาตีความใหม่

เอกลักษณ์ที่ยังคงอยู่ ได้แก่ ผ้าทวีด ดอกคามีเลีย ไข่มุก โลโก้ Double C สีดำและขาว รวมถึงรูปทรงเสื้อผ้าที่ได้รับอิทธิพลจากแฟชั่นในช่วงทศวรรษ 1920

ขณะเดียวกัน Chanel ภายใต้ Blazy ได้เพิ่ม เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เดนิม อารมณ์ขัน และการอ้างอิงวัฒนธรรมป๊อป เข้าไปในคอลเลกชันมากขึ้น

ดึงดูดลูกค้าผู้ชายมากขึ้น
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงคือความสนใจจาก ลูกค้าผู้ชาย ที่เพิ่มขึ้นต่อสินค้า ready-to-wear ของ Chanel โดยมีทั้งรองเท้า loafers รองเท้าผ้าใบ เบลเซอร์ และกระเป๋า

ในปีนี้ Chanel ยังแต่งตั้งบุคคลดังอย่าง Pedro Pascal เป็นหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์ผู้ชาย แม้ Chanel จะยังไม่ได้จัดตั้งไลน์สินค้าสำหรับผู้ชายอย่างเป็นทางการก็ตาม

Blazy อธิบายแนวคิดของสินค้าเหล่านี้ว่าเป็น “pieces that suit everyone” หรือชิ้นงานที่สามารถเหมาะกับทุกคน

ท่ามกลางตลาดลักชัวรีที่ยังไม่ง่าย
สิ่งที่ทำให้กรณีของ Chanel น่าสนใจคือกระแส Blazymania เกิดขึ้นในช่วงที่ ตลาดสินค้าลักชัวรีโดยรวมกำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก

Eric Briones ผู้อำนวยการ Paris School of Luxury มองว่า Blazy เป็นดีไซเนอร์เพียงคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ Chanel ที่สามารถนำ “ความสุข” กลับมาสู่แบรนด์ได้ ขณะที่กระแสความสนใจยังปรากฏในตลาดอย่างเซี่ยงไฮ้ แม้ยอดขายในจีนจะยังอ่อนตัว

หลังจากสร้างกระแสตลอดหนึ่งปี Blazy กำลังจะเปิดตัวคอลเลกชัน Spring-Summer 2027 ของ Chanel ในกรุงปารีสในวันที่ 5 ตุลาคม 2026 เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นอีกครั้งที่ตลาดแฟชั่นจับตามองว่า “Blazymania” จะเดินหน้าต่อไปในทิศทางใด

ที่มา: RTL Today / AFP

บทความที่เกี่ยวข้อง
6 เหตุผลที่คุณควรคิดให้ดีก่อนปล่อยให้ AI จดบันทึกทุกการประชุม
AI จดบันทึกการประชุมอาจช่วยประหยัดเวลาได้หลายชั่วโมง แต่ทุกคำพูดในห้องประชุมก็อาจถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูลที่ถูกจัดเก็บ ค้นหา และนำไปใช้ต่อได้เช่นกัน เมื่อองค์กรทั่วโลกเริ่มใช้ AI Notetaker มากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและความเป็นส่วนตัวกำลังตั้งคำถามว่า ความสะดวกที่ได้มานั้นคุ้มค่ากับความเสี่ยงหรือไม่
10 ก.ค. 2026
คอมบูชา เครื่องดื่มชาหมัก เทรนด์สุขภาพใหม่ของคนรุ่นใหม่ในจีน
คอมบูชา (Kombucha) เครื่องดื่มชาหมักที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก กลับมาเป็นกระแสในจีนอีกครั้ง เมื่อคนรุ่นใหม่หันมาหมักดื่มเองเพราะสนใจสุขภาพ ก่อนจะพบว่าพ่อแม่ของพวกเขาเคยทำเครื่องดื่มชนิดนี้มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ประโยชน์ต่อสุขภาพยังต้องอาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม
26 ก.ค. 2026
อะไรทำให้ผู้อพยพเกือบ 50,000 คนมุ่งหน้าสู่เซวตาภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง?
ผู้อพยพเกือบ 50,000 คนเดินทางเข้าสู่เมืองเซวตาของสเปนภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์อพยพครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ "เกิดอะไรขึ้น" หากคือ "อะไรทำให้ผู้คนจำนวนมหาศาลตัดสินใจออกเดินทางพร้อมกัน" เมื่อคำตอบอาจไม่ใช่แค่ความยากจน แต่รวมถึงข่าวลือ เครือข่ายลักลอบขนคน และความหวังที่จะเข้าสู่ยุโรป
31 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy