นักวิจัยสร้าง “Super Ice” แข็งแรงขึ้น 10 เท่า ใกล้เคียงคอนกรีต
อัพเดทล่าสุด: 27 ก.ย. 2026
8 ผู้เข้าชม

นักวิจัยจาก Hebrew University of Jerusalem พัฒนาวัสดุน้ำแข็งเสริมแรงชนิดใหม่ที่เรียกว่า BioPykrete ซึ่งมีความแข็งแรงภายใต้แรงกดประมาณ 10 เท่าของน้ำแข็งทั่วไป และมีระดับความแข็งแรงใกล้เคียงกับคอนกรีตในการทดสอบในห้องปฏิบัติการ
จุดสำคัญของ BioPykrete ไม่ได้อยู่เพียงความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้น แต่ยังช่วยให้น้ำแข็ง ดูดซับพลังงานได้ประมาณ 70 เท่าก่อนเกิดความเสียหาย ทำให้วัสดุมีแนวโน้มที่จะเสียรูปและแตกอย่างค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะเกิดการแตกตัวอย่างฉับพลันเหมือนน้ำแข็งทั่วไป
ใช้ผลึกจากพืชและ “กาวระดับโมเลกุล”
ทีมวิจัยนำ cellulose nanocrystals หรือผลึกเซลลูโลสขนาดเล็กมาก ซึ่งเป็นวัสดุที่มาจากโครงสร้างของพืช มาผสมเข้ากับน้ำแข็ง
เมื่อส่วนผสมแข็งตัว ผลึกเซลลูโลสจะสร้างโครงข่ายสามมิติภายในน้ำแข็ง ขณะเดียวกันนักวิจัยได้ออกแบบโปรตีนพิเศษที่สามารถจับกับทั้งน้ำแข็งและเซลลูโลส ทำหน้าที่คล้าย “กาวระดับโมเลกุล” เชื่อมวัสดุทั้งสองเข้าด้วยกัน
โครงสร้างดังกล่าวช่วยขัดขวางการแพร่กระจายของรอยร้าว เมื่อรอยร้าวเริ่มเกิดขึ้นภายในน้ำแข็ง โครงข่ายเซลลูโลสจะทำหน้าที่เป็นอุปสรรค ทำให้รอยร้าวไม่สามารถขยายตัวได้อย่างอิสระ ขณะที่โปรตีนช่วยยึดโครงข่ายเซลลูโลสเข้ากับน้ำแข็ง
แนวคิดต่อยอดจาก Pykrete ในสงครามโลกครั้งที่ 2
แนวคิดการเสริมความแข็งแรงของน้ำแข็งไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 เคยมีการทดลองวัสดุที่เรียกว่า Pykrete ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างน้ำแข็งกับเยื่อไม้ เพื่อให้วัสดุแข็งแรงและแตกยากกว่าน้ำแข็งทั่วไป
งานวิจัยครั้งใหม่นำแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนาต่อในระดับโครงสร้างจุลภาคและโมเลกุล โดยใช้เซลลูโลสและโปรตีนที่ออกแบบขึ้นเพื่อควบคุมการเชื่อมต่อระหว่างส่วนประกอบของวัสดุ
มีโอกาสใช้ในพื้นที่หนาวจัด แต่ยังไม่พร้อมสร้างอาคาร
นักวิจัยมองว่า BioPykrete อาจมีศักยภาพสำหรับการใช้งานใน พื้นที่อาร์กติกและแอนตาร์กติก ซึ่งการขนส่งคอนกรีต เหล็ก และวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ เข้าไปอาจทำได้ยากและมีต้นทุนสูง
เนื่องจากวัสดุประกอบด้วยน้ำแข็งและเซลลูโลสจากพืชเป็นหลัก จึงมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นวัสดุทางเลือกที่ย่อยสลายได้และมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำกว่าวัสดุบางประเภทในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำมาก
อย่างไรก็ตาม BioPykrete ยังอยู่ในขั้น Proof of Concept และยังไม่ใช่วัสดุที่พร้อมนำไปสร้างบ้านหรือโครงสร้างขนาดใหญ่ นักวิจัยยังต้องทดสอบความทนทานในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงจากการแข็งตัวและละลายซ้ำ รวมถึงการเปลี่ยนรูปเมื่อรับแรงกดต่อเนื่อง
งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Colloids and Surfaces B: Biointerfaces โดยมี DOI 10.1016/j.colsurfb.2026.116037 และเป็นการทดลองเชิงวัสดุศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ
ที่มา: Interesting Engineering, Hebrew University of Jerusalem และ EurekAlert
จุดสำคัญของ BioPykrete ไม่ได้อยู่เพียงความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้น แต่ยังช่วยให้น้ำแข็ง ดูดซับพลังงานได้ประมาณ 70 เท่าก่อนเกิดความเสียหาย ทำให้วัสดุมีแนวโน้มที่จะเสียรูปและแตกอย่างค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะเกิดการแตกตัวอย่างฉับพลันเหมือนน้ำแข็งทั่วไป
ใช้ผลึกจากพืชและ “กาวระดับโมเลกุล”
ทีมวิจัยนำ cellulose nanocrystals หรือผลึกเซลลูโลสขนาดเล็กมาก ซึ่งเป็นวัสดุที่มาจากโครงสร้างของพืช มาผสมเข้ากับน้ำแข็ง
เมื่อส่วนผสมแข็งตัว ผลึกเซลลูโลสจะสร้างโครงข่ายสามมิติภายในน้ำแข็ง ขณะเดียวกันนักวิจัยได้ออกแบบโปรตีนพิเศษที่สามารถจับกับทั้งน้ำแข็งและเซลลูโลส ทำหน้าที่คล้าย “กาวระดับโมเลกุล” เชื่อมวัสดุทั้งสองเข้าด้วยกัน
โครงสร้างดังกล่าวช่วยขัดขวางการแพร่กระจายของรอยร้าว เมื่อรอยร้าวเริ่มเกิดขึ้นภายในน้ำแข็ง โครงข่ายเซลลูโลสจะทำหน้าที่เป็นอุปสรรค ทำให้รอยร้าวไม่สามารถขยายตัวได้อย่างอิสระ ขณะที่โปรตีนช่วยยึดโครงข่ายเซลลูโลสเข้ากับน้ำแข็ง
แนวคิดต่อยอดจาก Pykrete ในสงครามโลกครั้งที่ 2
แนวคิดการเสริมความแข็งแรงของน้ำแข็งไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 เคยมีการทดลองวัสดุที่เรียกว่า Pykrete ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างน้ำแข็งกับเยื่อไม้ เพื่อให้วัสดุแข็งแรงและแตกยากกว่าน้ำแข็งทั่วไป
งานวิจัยครั้งใหม่นำแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนาต่อในระดับโครงสร้างจุลภาคและโมเลกุล โดยใช้เซลลูโลสและโปรตีนที่ออกแบบขึ้นเพื่อควบคุมการเชื่อมต่อระหว่างส่วนประกอบของวัสดุ
มีโอกาสใช้ในพื้นที่หนาวจัด แต่ยังไม่พร้อมสร้างอาคาร
นักวิจัยมองว่า BioPykrete อาจมีศักยภาพสำหรับการใช้งานใน พื้นที่อาร์กติกและแอนตาร์กติก ซึ่งการขนส่งคอนกรีต เหล็ก และวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ เข้าไปอาจทำได้ยากและมีต้นทุนสูง
เนื่องจากวัสดุประกอบด้วยน้ำแข็งและเซลลูโลสจากพืชเป็นหลัก จึงมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นวัสดุทางเลือกที่ย่อยสลายได้และมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำกว่าวัสดุบางประเภทในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำมาก
อย่างไรก็ตาม BioPykrete ยังอยู่ในขั้น Proof of Concept และยังไม่ใช่วัสดุที่พร้อมนำไปสร้างบ้านหรือโครงสร้างขนาดใหญ่ นักวิจัยยังต้องทดสอบความทนทานในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงจากการแข็งตัวและละลายซ้ำ รวมถึงการเปลี่ยนรูปเมื่อรับแรงกดต่อเนื่อง
งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Colloids and Surfaces B: Biointerfaces โดยมี DOI 10.1016/j.colsurfb.2026.116037 และเป็นการทดลองเชิงวัสดุศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ
ที่มา: Interesting Engineering, Hebrew University of Jerusalem และ EurekAlert
บทความที่เกี่ยวข้อง
Zoox บริษัทในเครือ Amazon เตรียมเริ่ม เก็บค่าโดยสาร Robotaxi ที่ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบในลาสเวกัส หลังได้รับอนุญาตจากหน่วยงานสหรัฐฯ ถือเป็นก้าวสำคัญจากการทดลองรถไร้คนขับ สู่บริการเชิงพาณิชย์ที่ผู้โดยสารสามารถเรียกใช้และจ่ายเงินจริง
6 ส.ค. 2026
หุ่นยนต์ภาคพื้นดินที่เคยทำหน้าที่ลำเลียงเสบียงและอพยพผู้บาดเจ็บ กำลังได้รับบทบาทใหม่ในสงครามยูเครน เมื่อเริ่มติดตั้งอาวุธเพื่อปฏิบัติภารกิจแนวหน้า ล่าสุดยูเครนและเยอรมนีร่วมผลิตหุ่นยนต์ TerMIT จำนวน 2,000 คัน เตรียมส่งมอบให้กองทัพภายใน 12 เดือน นับเป็นคำสั่งซื้อหุ่นยนต์ภาคพื้นดินครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปเท่าที่มีการเปิดเผย
21 มิ.ย. 2026
ไต้หวันจัดการฝึกยิงจริงด้วยขีปนาวุธ 3 วันในเมืองผิงตง พร้อมนำโดรนโจมตีหลายรูปแบบเข้าฝึกร่วมกับระบบอาวุธและหน่วยทหารประเภทอื่นเป็นครั้งแรก สะท้อนการทดลองผสานระบบไร้คนขับเข้ากับการปฏิบัติการทางทหาร
19 ก.ย. 2026


