SpaceX ราคาหุ้นร่วงลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนจับตาค่าใช้จ่าย AI และโครงการจรวด

SpaceX เตรียมรายงานผลประกอบการครั้งแรก หลังหุ้นร่วงต่ำกว่าราคา IPO นักลงทุนจับตาค่าใช้จ่าย AI และโครงการจรวด
หลังเข้าตลาดหุ้นได้ไม่ถึง 2 เดือน SpaceX บริษัทอวกาศของ Elon Musk กำลังเตรียมเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ซึ่งถือเป็นการรายงานผลประกอบการครั้งแรกของบริษัทนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงอย่างหนักหลัง IPO
ตามรายงาน บริษัทมีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการหลังตลาดปิดในวันที่ 4 สิงหาคม 2026 โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตา คือบริษัทกำลังใช้เงินจำนวนมากเพียงใดกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และโครงการจรวด และรายได้ที่เกิดขึ้นสามารถรองรับค่าใช้จ่ายเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน
จาก IPO ที่ได้รับความสนใจ สู่ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาเสนอขาย
SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ท่ามกลางความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน
แต่หลังเริ่มซื้อขาย ราคาหุ้นกลับปรับตัวลงต่อเนื่อง
แหล่งข่าวระบุว่า SpaceX สูญเสียมูลค่าตลาดไปมากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และราคาหุ้นลดลงมากกว่า 50% จากจุดสูงสุดระหว่างวัน
ในช่วงบ่ายวันจันทร์ก่อนการประกาศผลประกอบการ หุ้น Space Exploration Technologies Corp. หรือ Nasdaq: SPCX ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 109.80 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ราคาดังกล่าวต่ำกว่าทั้ง
- ราคาเสนอขาย IPO ที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น
- ราคาซื้อขายครั้งแรกที่ 160.95 ดอลลาร์ต่อหุ้น
หุ้นยังแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน ก่อนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อย
นักลงทุนกำลังจับตาว่า SpaceX ใช้เงินมากแค่ไหน
ประเด็นสำคัญของผลประกอบการครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่ที่รายได้เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง ระดับการใช้จ่ายของบริษัท
ตามข้อมูลอ้างอิง SpaceX มีค่าใช้จ่ายประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี สำหรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการพัฒนาโครงการจรวด
ตัวเลขขาดทุนของบริษัทก่อนหน้านี้ก็อยู่ในระดับสูง โดย SpaceX รายงาน ขาดทุนสุทธิ 4.94 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ตามมาตรฐาน GAAP และขาดทุนสุทธิอีก 4.28 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026
ดังนั้นผลประกอบการไตรมาส 2 จะเป็นข้อมูลสำคัญครั้งแรกหลัง IPO ที่ช่วยให้นักลงทุนเห็นชัดขึ้นว่า ธุรกิจของ SpaceX สามารถสร้างรายได้และรับมือกับค่าใช้จ่ายขนาดใหญ่ได้อย่างไร
ยังมีแรงกดดันจากหุ้นที่อาจเข้าสู่ตลาดเพิ่ม
อีกเรื่องที่นักลงทุนกำลังจับตา คือ การหมดอายุของช่วง Lock-up Period หรือระยะเวลาที่ผู้ถือหุ้นเดิมบางส่วนยังไม่สามารถขายหุ้นได้
เมื่อข้อจำกัดดังกล่าวสิ้นสุดลง อาจมีหุ้นจำนวนใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น หากผู้ถือหุ้นเดิมตัดสินใจขาย ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดกำลังติดตาม หลังราคาหุ้น SpaceX ปรับตัวลงมาตั้งแต่เข้าตลาด
จีนเริ่มไล่ตามเทคโนโลยีจรวดใช้ซ้ำ
นอกจากเรื่องการเงิน SpaceX ยังต้องเผชิญการแข่งขันในธุรกิจจรวดที่เริ่มเปลี่ยนแปลง
จีนเพิ่งประสบความสำเร็จในการ กู้คืนบูสเตอร์ของจรวดระดับวงโคจรแบบควบคุมได้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ SpaceX ใช้สร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและความถี่ในการปล่อยจรวดมาหลายปี
ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าความสำเร็จดังกล่าวจะเปลี่ยนตำแหน่งของ SpaceX ในตลาดมากน้อยเพียงใด แต่ก็เป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามควบคู่ไปกับผลประกอบการ
ผลประกอบการครั้งแรกหลัง IPO จึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ
สำหรับ SpaceX การรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดเผยตัวเลขรายได้และกำไรขาดทุนตามปกติ
เพราะนี่คือ รายงานผลประกอบการครั้งแรกหลังบริษัทเข้าตลาดหุ้น ในช่วงที่ราคาหุ้นต่ำกว่าราคา IPO และตลาดเริ่มตั้งคำถามกับระดับการใช้จ่ายของบริษัท
สิ่งที่นักลงทุนต้องการเห็นมากที่สุดจึงเป็นรายละเอียดว่า SpaceX มีรายได้เติบโตเพียงใด ค่าใช้จ่ายด้าน AI และโครงการจรวดอยู่ในระดับใด รวมถึงบริษัทมีแผนจัดการกับการขาดทุนอย่างไร
ตัวเลขเหล่านี้จะเป็นข้อมูลชุดแรกที่ช่วยให้นักลงทุนประเมิน SpaceX ในฐานะบริษัทมหาชนได้ชัดเจนขึ้น หลังช่วงเวลาเกือบ 2 เดือนแรกในตลาดหุ้นที่ราคาหุ้นยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังของตลาด
ที่มา: Fast Company


