จากแชตบอตสู่ห้องเรียนจริง โรงเรียนสหรัฐฯ เริ่มทดลองหุ่นยนต์ AI เป็นผู้ช่วยสอน

โรงเรียนสหรัฐฯ เริ่มทดลองใช้หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ AI เป็นผู้ช่วยสอนในห้องเรียน
ห้องเรียนในสหรัฐฯ กำลังเริ่มมี “ครูผู้ช่วย” หน้าตาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะบางโรงเรียนเริ่มทดลองนำทั้ง AI Tutor และหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์เข้ามาใช้ในระบบการศึกษา เพื่อดูว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยครูและนักเรียนได้จริงแค่ไหน
โรงเรียนในนิวยอร์กนำหุ่นยนต์ AI เข้าห้องเรียน
หนึ่งในโครงการที่ถูกพูดถึงมากคือ Salamanca City Central School District ในรัฐนิวยอร์ก ซึ่งตั้งอยู่บนเขตสงวน Seneca Nation Reservation โรงเรียนแห่งนี้ร่วมมือกับบริษัท Realbotix เพื่อนำระบบ AI ผู้ช่วยสอนชื่อ Optio และหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ M-Series เข้าสู่ห้องเรียนในปีการศึกษาที่กำลังจะมาถึง
Optio ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยครูในช่วงเวลาเรียน และเป็นติวเตอร์ออนไลน์ให้เด็กหลังเลิกเรียน นักเรียนสามารถพูดคุยกับอวาตาร์ AI ที่ถูกฝึกจากหลักสูตรของโรงเรียน เพื่อช่วยทบทวนบทเรียน อธิบายแนวคิดที่ยังไม่เข้าใจ ช่วยทำการบ้าน และให้การสนับสนุนแบบตัวต่อตัวได้หลายภาษา
หุ่นยนต์ที่พูดคุยและแสดงสีหน้าได้
ส่วนหุ่นยนต์ M-Series จะเป็นตัวแทนทางกายภาพของ AI ในห้องเรียน สามารถสนทนา แสดงสีหน้า และโต้ตอบกับนักเรียนแบบเรียลไทม์ได้
Realbotix ระบุว่า การมีหุ่นยนต์อยู่ในห้องเรียนช่วยให้เด็กได้สัมผัสเทคโนโลยี AI ในรูปแบบที่จับต้องได้ มากกว่าการใช้งานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตเพียงอย่างเดียว
โครงการนำร่องนี้จะเริ่มกับนักเรียนระดับมัธยมในหลักสูตร Woz ED AI and Robotics ซึ่งเป็นโปรแกรมด้าน STEM ที่ก่อตั้งโดย Steve Wozniak ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple ก่อนมีแผนขยายไปสู่กลุ่มนักเรียนประมาณ 500 คนในอนาคต
อีกฟากหนึ่งของสหรัฐฯ ก็กำลังทดลองเช่นกัน
ขณะเดียวกัน Altus Schools เครือโรงเรียนทางเลือกในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ก็เริ่มทดลองใช้หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์เช่นกัน
โรงเรียนลงทุนประมาณ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 18 ล้านบาท เพื่อจัดหาหุ่นยนต์ AI จำนวน 2 ตัว โดยหนึ่งในนั้นคือ Ameca หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ชื่อดังจากบริษัท Engineered Arts
Ameca มีความสูงประมาณ 188 เซนติเมตร มีใบหน้าซิลิโคน ดวงตาที่กะพริบได้ และสามารถแสดงสีหน้าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือแสดงอารมณ์ระหว่างสนทนา
AI หนึ่งตัว หลายบทบาท
Altus Schools ระบุว่า Ameca สามารถสวมบทบาทได้หลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น
Sage – ครูผู้สอน
Remi – โค้ชด้านสุขภาวะ
Ari – ที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อและอาชีพ
Lexi – ผู้ช่วยแปลภาษา
โรงเรียนหวังว่าการทดลองครั้งนี้จะช่วยให้เข้าใจว่า AI และหุ่นยนต์สามารถสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนได้มากน้อยเพียงใดในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญยังตั้งคำถาม
แม้หลายฝ่ายมองว่า AI อาจช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษา แต่ก็มีเสียงกังวลตามมา
Wayne Holmes ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และการศึกษาจาก University College London ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานอิสระในวงกว้างที่ยืนยันว่าการใช้ AI หรือหุ่นยนต์ลักษณะนี้ในห้องเรียนมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย หรือส่งผลดีต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กจริง
นอกจากนี้ ยังมีคำถามเรื่องความเหมาะสมของเนื้อหา ความถูกต้องของคำตอบ และความปลอดภัยในการใช้งานกับเด็กในระยะยาว
เป้าหมายคือช่วยครู ไม่ใช่แทนครู
ทั้ง Realbotix และโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการต่างย้ำตรงกันว่า เป้าหมายของระบบเหล่านี้ไม่ใช่การแทนครู
แต่เป็นการช่วยงานบางส่วน เช่น การติวรายบุคคล การทบทวนบทเรียน การตอบคำถามนอกเวลาเรียน หรือช่วยลดภาระงานที่ใช้เวลามาก เพื่อให้ครูมีเวลาโฟกัสกับนักเรียนมากขึ้น
ผู้บริหารโรงเรียน Salamanca ระบุว่า ระบบดังกล่าวถูกออกแบบให้มีมาตรการด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการกำกับดูแลโดยครูตลอดเวลา
ห้องเรียนแห่งอนาคตกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว
แม้โครงการทั้งหมดจะยังอยู่ในช่วงทดลอง แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่า AI กำลังเริ่มก้าวออกจากหน้าจอและเข้าสู่พื้นที่การเรียนรู้จริง
อนาคตของการศึกษาอาจไม่ได้มีเพียงครู นักเรียน และคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่รวมถึงหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ที่สามารถพูดคุย ตอบคำถาม และช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ได้ตลอดทั้งวัน
คำถามสำคัญที่หลายฝ่ายกำลังจับตาคือ เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยยกระดับการศึกษาได้จริงหรือไม่ ซึ่งคงต้องรอผลจากการใช้งานจริงในห้องเรียนตลอดปีการศึกษาที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่อไป.
ที่มา: NDTV, GEEKSPIN, Realbotix, Altus Schools และ Salamanca City Central School District.


