ถอดโมเดล SHEIN จาก “เทรนด์” บนโซเชียล สู่ Fast Fashion ระดับโลก
อัพเดทล่าสุด: 24 ส.ค. 2026
61 ผู้เข้าชม

SHEIN กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ Fast Fashion ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ด้วยโมเดลที่ผสาน การจับเทรนด์บนโซเชียล การพัฒนาสินค้าอย่างรวดเร็ว เครือข่ายโรงงานในจีน และการตลาดผ่าน TikTok เข้าด้วยกัน จนสามารถนำสินค้าใหม่จำนวนมากออกสู่ตลาดได้ในราคาต่ำ และเข้าถึงผู้บริโภคในหลายประเทศได้อย่างรวดเร็ว
จุดแข็งคือ “เร็วและมีให้เลือกเยอะ”
จุดเด่นสำคัญของ SHEIN คือความสามารถในการนำเสนอสินค้าจำนวนมากในราคาที่เข้าถึงง่าย ตั้งแต่เดรสราคาไม่กี่ดอลลาร์ ไปจนถึงเครื่องประดับราคาหลักดอลลาร์
เบื้องหลังคือระบบพัฒนาสินค้าและซัพพลายเชนที่ทำงานเร็ว โดย SHEIN ยังอาศัยเครือข่ายอุตสาหกรรมสิ่งทอขนาดใหญ่และระบบโลจิสติกส์อีคอมเมิร์ซของจีน แม้บริษัทจะย้ายสำนักงานใหญ่ไปสิงคโปร์ในช่วงปี 2021–2022 แล้วก็ตาม
บริษัทประเมินซัพพลายเออร์จากความยืดหยุ่นและความสามารถในการผลิตสินค้าเร่งด่วน และมีการคัดผู้ผลิตที่ทำผลงานได้ไม่ดีออกเป็นประจำ ตามรายงานที่ RTL อ้างถึงจาก Zhongtai Securities
ใช้เทรนด์บนโซเชียลเลือกสินค้า
อีกส่วนสำคัญของโมเดล SHEIN คือการติดตาม ข้อมูลการค้นหาของผู้ใช้และกระแสบนโซเชียลมีเดีย เพื่อดูว่าสินค้า สี รูปแบบ หรือสไตล์ไหนกำลังได้รับความสนใจ ก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในการพัฒนาสินค้าที่มีโอกาสตรงกับความต้องการของตลาดสูงขึ้น
วิธีนี้ช่วยให้ SHEIN สามารถตอบสนองต่อเทรนด์ได้เร็ว แต่ก็ทำให้บริษัทเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการเลียนแบบผลงานและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหลายครั้ง โดยในเดือนกรกฎาคม 2026 บริษัทเปิดเผยว่ากำลังเผชิญคดีที่เกี่ยวข้องมากกว่า 40 คดี
TikTok เป็นหนึ่งในแรงส่งสำคัญ
การเติบโตของ SHEIN ไม่ได้มาจากราคาหรือความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการตลาดบนโซเชียล โดยเฉพาะ TikTok
ในช่วงที่การใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างมากระหว่างการระบาดของโควิด SHEIN ใช้ทั้งครีเอเตอร์รายเล็กและผู้ใช้โซเชียลทั่วไปมาช่วยโปรโมตสินค้า โดยแลกกับสินค้าฟรีหรือค่าตอบแทน
ต่อมาเกิดกระแส “SHEIN Haul” ซึ่งผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้าหลายชิ้นแล้วถ่ายวิดีโอแกะกล่องและลองสินค้า ทำให้แบรนด์ได้รับการเผยแพร่ต่อจากผู้ใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และตลาดต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ก็เคยสร้างปัญหาเช่นกัน ในปี 2023 SHEIN ถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังพาครีเอเตอร์ตะวันตกเยี่ยมชมโรงงาน และถูกมองว่านำเสนอภาพที่ไม่ครอบคลุมข้อกล่าวหาเรื่องสภาพแรงงานที่บริษัทกำลังเผชิญอยู่
โมเดลราคาถูกเริ่มเจอแรงกดดันมากขึ้น
เมื่อ SHEIN เติบโตขึ้น บริษัทก็ถูกตรวจสอบมากขึ้นทั้งในเรื่องแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม
บริษัทเคยถูกกล่าวหาว่าแรงงานในห่วงโซ่การผลิตได้รับค่าจ้างต่ำและทำงานหนักเกินไป รวมถึงถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสของกระบวนการผลิต ขณะที่ SHEIN ระบุว่ามีการตรวจสอบซัพพลายเออร์โดยบุคคลที่สามอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานค่าจ้างและการทำงาน
ในปี 2024 สหภาพยุโรปจัดให้ SHEIN เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ที่ต้องอยู่ภายใต้กฎด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น และในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปเริ่มตรวจสอบบริษัทภายใต้กฎหมาย Digital Services Act
ประเด็นที่ถูกตรวจสอบครอบคลุมทั้งการป้องกันสินค้าผิดกฎหมาย ความเสี่ยงจากการออกแบบแพลตฟอร์มที่อาจทำให้ผู้ใช้ใช้งานต่อเนื่องมากเกินไป และความโปร่งใสของระบบแนะนำสินค้า
Fast Fashion ราคาถูกกำลังถูกตั้งคำถามเรื่องสิ่งแวดล้อม
อีกข้อถกเถียงสำคัญคือการที่สินค้ามีราคาต่ำและมีสินค้าใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง อาจกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้ามากเกินความจำเป็น
กลุ่มรณรงค์ Stand Earth เคยจัดให้ SHEIN อยู่ในอันดับท้ายของแบรนด์แฟชั่นรายใหญ่กว่า 40 แบรนด์ เมื่อประเมินด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่ฝรั่งเศสเตรียมใช้ค่าธรรมเนียมต่อชิ้นกับแพลตฟอร์มที่ถูกจัดว่าเป็น Ultra-fast Fashion เช่น SHEIN และ Temu
สหรัฐฯ ยังยกเลิกข้อยกเว้นภาษีสำหรับพัสดุรายชิ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กระทบโมเดลอีคอมเมิร์ซราคาต่ำที่ส่งสินค้าจำนวนมากข้ามประเทศโดยตรง
ด้าน SHEIN ระบุว่า โมเดลการผลิตตามความต้องการช่วยลดการผลิตเกิน และช่วยลดของเสียเมื่อเทียบกับการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมากล่วงหน้า
จากแบรนด์ออนไลน์ สู่บริษัทระดับโลก
ปัจจุบัน SHEIN ไม่ได้แข่งขันกับแบรนด์ Fast Fashion แบบเดิมเท่านั้น แต่ยังต้องเจอกับคู่แข่งอีคอมเมิร์ซราคาต่ำอย่าง Temu
ในเวลาเดียวกัน บริษัทกำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยรายงานระบุว่าการเข้าตลาดครั้งนี้ประเมินมูลค่าบริษัทไว้ใกล้ 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เส้นทางของ SHEIN จึงแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ Fast Fashion ยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องการออกแบบเสื้อผ้า แต่รวมถึง ความเร็วในการจับเทรนด์ ความสามารถของซัพพลายเชน และการใช้โซเชียลมีเดียสร้างยอดขายในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม เมื่อบริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้น โมเดลเดียวกันนี้ก็กำลังถูกตรวจสอบมากขึ้น ทั้งเรื่องแรงงาน สิ่งแวดล้อม ทรัพย์สินทางปัญญา และกฎของแพลตฟอร์มดิจิทัลในหลายประเทศ
ที่มา: RTL Today / AFP
จุดแข็งคือ “เร็วและมีให้เลือกเยอะ”
จุดเด่นสำคัญของ SHEIN คือความสามารถในการนำเสนอสินค้าจำนวนมากในราคาที่เข้าถึงง่าย ตั้งแต่เดรสราคาไม่กี่ดอลลาร์ ไปจนถึงเครื่องประดับราคาหลักดอลลาร์
เบื้องหลังคือระบบพัฒนาสินค้าและซัพพลายเชนที่ทำงานเร็ว โดย SHEIN ยังอาศัยเครือข่ายอุตสาหกรรมสิ่งทอขนาดใหญ่และระบบโลจิสติกส์อีคอมเมิร์ซของจีน แม้บริษัทจะย้ายสำนักงานใหญ่ไปสิงคโปร์ในช่วงปี 2021–2022 แล้วก็ตาม
บริษัทประเมินซัพพลายเออร์จากความยืดหยุ่นและความสามารถในการผลิตสินค้าเร่งด่วน และมีการคัดผู้ผลิตที่ทำผลงานได้ไม่ดีออกเป็นประจำ ตามรายงานที่ RTL อ้างถึงจาก Zhongtai Securities
ใช้เทรนด์บนโซเชียลเลือกสินค้า
อีกส่วนสำคัญของโมเดล SHEIN คือการติดตาม ข้อมูลการค้นหาของผู้ใช้และกระแสบนโซเชียลมีเดีย เพื่อดูว่าสินค้า สี รูปแบบ หรือสไตล์ไหนกำลังได้รับความสนใจ ก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในการพัฒนาสินค้าที่มีโอกาสตรงกับความต้องการของตลาดสูงขึ้น
วิธีนี้ช่วยให้ SHEIN สามารถตอบสนองต่อเทรนด์ได้เร็ว แต่ก็ทำให้บริษัทเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการเลียนแบบผลงานและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหลายครั้ง โดยในเดือนกรกฎาคม 2026 บริษัทเปิดเผยว่ากำลังเผชิญคดีที่เกี่ยวข้องมากกว่า 40 คดี
TikTok เป็นหนึ่งในแรงส่งสำคัญ
การเติบโตของ SHEIN ไม่ได้มาจากราคาหรือความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการตลาดบนโซเชียล โดยเฉพาะ TikTok
ในช่วงที่การใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างมากระหว่างการระบาดของโควิด SHEIN ใช้ทั้งครีเอเตอร์รายเล็กและผู้ใช้โซเชียลทั่วไปมาช่วยโปรโมตสินค้า โดยแลกกับสินค้าฟรีหรือค่าตอบแทน
ต่อมาเกิดกระแส “SHEIN Haul” ซึ่งผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้าหลายชิ้นแล้วถ่ายวิดีโอแกะกล่องและลองสินค้า ทำให้แบรนด์ได้รับการเผยแพร่ต่อจากผู้ใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และตลาดต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ก็เคยสร้างปัญหาเช่นกัน ในปี 2023 SHEIN ถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังพาครีเอเตอร์ตะวันตกเยี่ยมชมโรงงาน และถูกมองว่านำเสนอภาพที่ไม่ครอบคลุมข้อกล่าวหาเรื่องสภาพแรงงานที่บริษัทกำลังเผชิญอยู่
โมเดลราคาถูกเริ่มเจอแรงกดดันมากขึ้น
เมื่อ SHEIN เติบโตขึ้น บริษัทก็ถูกตรวจสอบมากขึ้นทั้งในเรื่องแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม
บริษัทเคยถูกกล่าวหาว่าแรงงานในห่วงโซ่การผลิตได้รับค่าจ้างต่ำและทำงานหนักเกินไป รวมถึงถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสของกระบวนการผลิต ขณะที่ SHEIN ระบุว่ามีการตรวจสอบซัพพลายเออร์โดยบุคคลที่สามอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานค่าจ้างและการทำงาน
ในปี 2024 สหภาพยุโรปจัดให้ SHEIN เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ที่ต้องอยู่ภายใต้กฎด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น และในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปเริ่มตรวจสอบบริษัทภายใต้กฎหมาย Digital Services Act
ประเด็นที่ถูกตรวจสอบครอบคลุมทั้งการป้องกันสินค้าผิดกฎหมาย ความเสี่ยงจากการออกแบบแพลตฟอร์มที่อาจทำให้ผู้ใช้ใช้งานต่อเนื่องมากเกินไป และความโปร่งใสของระบบแนะนำสินค้า
Fast Fashion ราคาถูกกำลังถูกตั้งคำถามเรื่องสิ่งแวดล้อม
อีกข้อถกเถียงสำคัญคือการที่สินค้ามีราคาต่ำและมีสินค้าใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง อาจกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้ามากเกินความจำเป็น
กลุ่มรณรงค์ Stand Earth เคยจัดให้ SHEIN อยู่ในอันดับท้ายของแบรนด์แฟชั่นรายใหญ่กว่า 40 แบรนด์ เมื่อประเมินด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่ฝรั่งเศสเตรียมใช้ค่าธรรมเนียมต่อชิ้นกับแพลตฟอร์มที่ถูกจัดว่าเป็น Ultra-fast Fashion เช่น SHEIN และ Temu
สหรัฐฯ ยังยกเลิกข้อยกเว้นภาษีสำหรับพัสดุรายชิ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กระทบโมเดลอีคอมเมิร์ซราคาต่ำที่ส่งสินค้าจำนวนมากข้ามประเทศโดยตรง
ด้าน SHEIN ระบุว่า โมเดลการผลิตตามความต้องการช่วยลดการผลิตเกิน และช่วยลดของเสียเมื่อเทียบกับการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมากล่วงหน้า
จากแบรนด์ออนไลน์ สู่บริษัทระดับโลก
ปัจจุบัน SHEIN ไม่ได้แข่งขันกับแบรนด์ Fast Fashion แบบเดิมเท่านั้น แต่ยังต้องเจอกับคู่แข่งอีคอมเมิร์ซราคาต่ำอย่าง Temu
ในเวลาเดียวกัน บริษัทกำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยรายงานระบุว่าการเข้าตลาดครั้งนี้ประเมินมูลค่าบริษัทไว้ใกล้ 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เส้นทางของ SHEIN จึงแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ Fast Fashion ยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องการออกแบบเสื้อผ้า แต่รวมถึง ความเร็วในการจับเทรนด์ ความสามารถของซัพพลายเชน และการใช้โซเชียลมีเดียสร้างยอดขายในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม เมื่อบริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้น โมเดลเดียวกันนี้ก็กำลังถูกตรวจสอบมากขึ้น ทั้งเรื่องแรงงาน สิ่งแวดล้อม ทรัพย์สินทางปัญญา และกฎของแพลตฟอร์มดิจิทัลในหลายประเทศ
ที่มา: RTL Today / AFP
บทความที่เกี่ยวข้อง
เคยไหม…
เราไม่ได้เลือกกาแฟจากรสชาติ
แต่เลือกจาก “ความรู้สึก” ที่ร้านนั้นให้
บางร้านไม่ได้อร่อยที่สุด
แต่คนแน่นตลอดวัน
ในขณะที่บางร้านชงดีมาก
แต่ไม่มีใครจำได้
นี่ไม่ใช่เรื่องของกาแฟ
แต่มันคือ “เกมใหม่ของการเลือกแบรนด์”
29 มี.ค. 2026
ผู้อพยพเกือบ 50,000 คนเดินทางเข้าสู่เมืองเซวตาของสเปนภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์อพยพครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ "เกิดอะไรขึ้น" หากคือ "อะไรทำให้ผู้คนจำนวนมหาศาลตัดสินใจออกเดินทางพร้อมกัน" เมื่อคำตอบอาจไม่ใช่แค่ความยากจน แต่รวมถึงข่าวลือ เครือข่ายลักลอบขนคน และความหวังที่จะเข้าสู่ยุโรป
31 ก.ค. 2026
เมื่ออุตสาหกรรมครีเอเตอร์เติบโต การแข่งขันก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น การจากไปของ "ฮลุน โซโล่" กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้หลายฝ่ายหันกลับมาพูดถึงอีกด้านของอาชีพนี้ ทั้งความท้าทายในการสร้างคอนเทนต์ ความกดดันในการรักษาผู้ชม และคำถามที่ยังไม่มีคำตอบเมื่อครีเอเตอร์จากไป
30 ก.ค. 2026


