แชร์

ตลาดงานสหรัฐฯ สะดุด ลดงาน 23,000 ตำแหน่ง ขณะที่คนหางานใหม่ยากขึ้น

อัพเดทล่าสุด: 8 ส.ค. 2026
120 ผู้เข้าชม
ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอ่อนแรงกว่าที่คาดในเดือนกรกฎาคม หลังนายจ้าง ลดจำนวนงานลง 23,000 ตำแหน่ง ทั้งที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะมีงานเพิ่มเกือบ 100,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกันข้อมูลเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนถูกปรับลดลงรวมอีก 103,000 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม อัตราว่างงานกลับลดลงเล็กน้อยจาก 4.2% ในเดือนมิถุนายน เหลือ 4.1% ในเดือนกรกฎาคม สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะมีคนได้งานมากขึ้น แต่เพราะมีคนออกจากตลาดแรงงานมากขึ้น โดยมีคนราว 264,000 คนเลิกหางาน ทำให้อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานลดเหลือ 61.4% ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021

โรงเรียน ร้านอาหาร และค้าปลีกลดคนมากที่สุด
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า กลุ่มที่ลดการจ้างงานมากในเดือนกรกฎาคม ได้แก่ โรงเรียนรัฐบาลท้องถิ่น 50,000 ตำแหน่ง ร้านอาหารและบาร์ 26,000 ตำแหน่ง และธุรกิจค้าปลีก 19,000 ตำแหน่ง

ในทางกลับกัน การจ้างงานเพิ่มขึ้นในบางภาคส่วน โดยงานก่อสร้างเพิ่ม 22,000 ตำแหน่ง และงานในโรงงานเพิ่ม 5,000 ตำแหน่ง ซึ่งทำเนียบขาวนำมาใช้ชี้ว่าการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างโรงงานยังขยายตัวอยู่

ตลาดแรงงานเข้าสู่ภาวะ “ไม่จ้างเพิ่ม แต่ก็ไม่รีบปลดคน”
นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนเรียกภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ตอนนี้ว่า “no hire, no fire” หรือ “ไม่จ้างเพิ่ม แต่ก็ไม่รีบไล่ออก”

เหตุผลคือ บริษัทจำนวนมากยังไม่ต้องการปลดพนักงานที่มีอยู่ หลังเคยเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานหลังการระบาดของโควิด ทำให้คนที่มีงานอยู่มีความมั่นคงค่อนข้างสูง แต่ในอีกด้าน คนที่ตกงานหรือกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานกลับหางานใหม่ยากขึ้น

ตั้งแต่ต้นปีนี้ นายจ้างสหรัฐฯ เพิ่มงานเฉลี่ยประมาณ 61,000 ตำแหน่งต่อเดือน สูงกว่าปี 2025 ที่เฉลี่ยเพียง 9,700 ตำแหน่งต่อเดือน แต่ยังถือว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับช่วงขยายตัวทางเศรษฐกิจในอดีต

ทำไมสหรัฐฯ อาจไม่ต้องสร้างงานมากเท่าเดิม
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ จำนวนคนที่พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานกำลังลดลง

ทั้ง นโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้นของรัฐบาล Trump และการเกษียณของประชากรกลุ่ม Baby Boomers ทำให้จำนวนคนที่แข่งขันกันหางานลดลง

งานศึกษาของธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนงานใหม่ที่เศรษฐกิจต้องสร้างในแต่ละเดือนเพื่อรักษาอัตราว่างงานให้อยู่ในระดับเดิม หรือ “break-even employment” ซึ่งเคยอยู่ที่ราว 155,000 ตำแหน่งต่อเดือนในปี 2023–2024 อาจลดลงมาใกล้ศูนย์แล้วในบางการประเมิน

บริษัทผลิตได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มคน
อีกปัจจัยหนึ่งคือ ประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เทคโนโลยี

Sal Guatieri นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก BMO Capital Markets ระบุว่า บริษัทจำนวนมากสามารถผลิตสินค้าและบริการได้มากขึ้นโดยใช้จำนวนพนักงานเท่าเดิม จึงมีความจำเป็นต้องจ้างคนเพิ่มน้อยลง

AI เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ตลาดกำลังจับตา เพราะเทคโนโลยีนี้อาจช่วยให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็อาจลดความต้องการแรงงานในงานบางประเภทได้เช่นกัน

สงครามในอ่าวเปอร์เซียเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ
แนวโน้มการจ้างงานยังถูกกดดันจาก การสู้รบที่ดำเนินอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน

Euronews ระบุว่า ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้แนวโน้มการจ้างงานไม่แน่นอน แม้การจ้างงานโดยรวมในปี 2026 จะฟื้นตัวจากปีที่แล้วก็ตาม

คนวัยทำงานและผู้จบมหาวิทยาลัยก็หางานยากขึ้น
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การหางานไม่ได้ยากขึ้นเฉพาะกับแรงงานทักษะต่ำ

งานศึกษาของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาซานฟรานซิสโกพบว่า แม้แต่กลุ่มคนวัยทำงานหลัก อายุ 25–54 ปี และผู้ที่มีวุฒิการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งโดยปกติเป็นกลุ่มที่กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็ว ก็เริ่มใช้เวลาหางานนานขึ้น

นักวิจัยยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ชัดเจน แต่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการลดการจ้างงานในบริษัทเทคโนโลยีและผู้รับเหมาภาครัฐ ความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงด้านคนเข้าเมือง หรืออาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการอ่อนตัวในตลาดแรงงานโดยรวม

ตัวเลขเดือนกรกฎาคมจึงสะท้อนภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ค่อนข้างผิดปกติ คือ บริษัทไม่ได้ปลดพนักงานจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้เปิดรับคนใหม่มากเหมือนที่ผ่านมา ทำให้คนที่ยังมีงานอยู่ค่อนข้างมั่นคง ขณะที่คนที่กำลังหางานต้องเผชิญการแข่งขันและโอกาสที่แคบลง

ที่มา: Euronews

บทความที่เกี่ยวข้อง
ญี่ปุ่นเปิดตัว “รถพยาบาลหุ่นยนต์” ส่งวิศวกรซ่อมถึงที่ พร้อมเปลี่ยนเครื่องสำรอง
ญี่ปุ่นเปิดตัว GMO Humanoid Ambulance รถซ่อมบำรุงเคลื่อนที่สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โดยเฉพาะ พร้อมวิศวกร เครื่องมือวิเคราะห์ปัญหา และหุ่นยนต์สำรอง หากซ่อมที่หน้างานไม่ได้สามารถเปลี่ยนเครื่องและนำเครื่องเสียกลับศูนย์ได้ สะท้อนการเตรียมระบบบริการหลังการขายรองรับการใช้งานหุ่นยนต์ในองค์กร
31 ต.ค. 2026
TSMC กำไรทุบสถิติ! รับกระแส AI ดันกำไรไตรมาส 3 โตเกือบ 69%
ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของไต้หวันทำกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง หลังความต้องการชิปสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยกำไรไตรมาส 3 ปี 2026 พุ่งเกือบ 69% จากปีก่อน สะท้อนบทบาทของ TSMC ในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี AI ที่กำลังขยายตัว
18 ต.ค. 2026
ตลาดจับตา Big Tech พิสูจน์ผลตอบแทน AI ขณะธนาคารกลางเตรียมตัดสินใจดอกเบี้ย
นักลงทุนทั่วโลกจับตาสัปดาห์สำคัญของตลาดการเงิน เมื่อ Microsoft, Amazon และ Alphabet เตรียมรายงานผลประกอบการ ท่ามกลางคำถามว่าการลงทุน AI มหาศาลจะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่นเตรียมตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย ส่วนตลาดบราซิลเผชิญแรงเทขายหลังผลเลือกตั้งประธานาธิบดี
27 ต.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy